
Centro Bangna เป็นโครงการบ้านเดี่ยวและวิลล่าแนวโมเดิร์น-อังกฤษ
ทำเลที่ตั้ง
ตั้งอยู่ในเขต บางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกหลัก เช่น Mega Bangna ห้างขนาดใหญ่เพียงประมาณ 1 กม. จากโครงการ
นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมต่อที่ดีไปยังทางด่วน กาญจนาภิเษก และ บูรพาวิถี ซึ่งง่ายต่อการเดินทางทั้งเข้าเมืองและออกนอกเมือง
ขนาดโครงการ & จำนวนยูนิต
• มีพื้นที่โครงการรวมประมาณ 88-2-20 ไร่ พร้อมจำนวนบ้าน 382 หลัง
• โครงการนี้สร้างเสร็จเมื่อเดือน พฤษภาคม 2023 ภายใต้ชื่อ Centro Bangna
แบบบ้าน & ฟังก์ชัน
โครงการมีแบบบ้านให้เลือกหลากหลาย ด้วยพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 164–303 ตร.ม.
ฟังก์ชันทั่วไปมีตั้งแต่ 3–4 ห้องนอน, 3–5 ห้องน้ำ และที่จอดรถในร่ม 2–3 คัน
ตัวอย่างแบบบ้านหลัก ได้แก่:
• Devy – พื้นที่ใช้สอย 230 ตร.ม., 4 ห้องนอน, 4 ห้องน้ำ
• Francis – พื้นที่ใช้สอย 265 ตร.ม., 4 ห้องนอน, 5 ห้องน้ำ
• Duncan – พื้นที่ใช้สอย 280 ตร.ม., ฟังก์ชันครบน้ำ
• Angelo – พื้นที่ใช้สอย 303 ตร.ม., ฟังก์ชันใหญ่สุด
สำหรับโครงการนี้ การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ได้มาตรฐานเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้บ้านทุกหลังมีความแข็งแรง ทนทาน และสามารถรองรับการใช้งานในระยะยาว ทีมวิศวกรและผู้บริหารโครงการจึงให้ความสำคัญอย่างมากกับการเลือกใช้ ตะแกรงไวร์เมช WMI ในงานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เนื่องจากตะแกรงไวร์เมชมีคุณสมบัติในการเสริมแรงคอนกรีตให้ทนต่อแรงดึงและแรงอัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้โครงสร้างบ้านมั่นคงและปลอดภัยสำหรับผู้อยู่อาศัย
นอกจากนี้โครงการยังเน้นเรื่องการบริหารจัดการวัสดุที่มีประสิทธิภาพ การเลือกใช้ตะแกรงไวร์เมชจาก WMI Group ช่วยลดขั้นตอนการจัดซื้อ จัดส่ง และติดตั้ง และ WMI Group มีโรงงานผลิตครอบคลุมหลายสาขาทั่วประเทศ ทำให้สามารถจัดส่งสินค้าตรงเวลาและต่อเนื่องตามแผนก่อสร้างของโครงการได้อย่างราบรื่น
อันดับแรกคือความแข็งแรงและทนทานของวัสดุ ตะแกรงไวร์เมช WMI ผลิตด้วยเทคโนโลยี Electrical Resistance Welding (ERW) ที่ทันสมัย ทำให้โครงสร้างลวดเชื่อมติดแน่น ทนต่อแรงดึงและแรงอัดได้ดี เหมาะสำหรับงานคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งแบบพื้น ผนัง และเสา นอกจากนี้ WMI Group ยังรับรองมาตรฐาน มอก. และ Made in Thailand (MiT) ซึ่งยืนยันว่าโครงสร้างวัสดุผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรมไทยและสามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจ
อีกเหตุผลสำคัญ คือการให้บริการที่ครบวงจร WMI Group สามารถจัดส่งตะแกรงไวร์เมชได้อย่างต่อเนื่องและตรงเวลา ทำให้โครงการสามารถวางแผนก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความล่าช้าในการก่อสร้าง ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญสำหรับโครงการใหญ่ที่มีตารางเวลาที่แน่นหนา
สุดท้าย การสนับสนุนด้านเทคนิคและการให้คำปรึกษาของทีม WMI Group ยังช่วยให้โครงการสามารถเลือกชนิดและขนาดของตะแกรงไวร์เมชที่เหมาะสมที่สุดสำหรับงานแต่ละส่วน ทำให้การติดตั้งรวดเร็วและลดความผิดพลาดในการวางตำแหน่งของตะแกรง ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในระยะยาว
ตะแกรงไวร์เมชของ WMI ผลิตจาก ลวดเหล็กคุณภาพสูง ผ่านการทอด้วยเครื่องจักรอัตโนมัติ ทำให้แต่ละจุดเชื่อมแน่นหนาและมีโครงสร้างที่สมบูรณ์แบบ
นอกจากนี้ WMI ยังมุ่งเน้นคุณภาพตามมาตรฐาน TIS (Thai Industrial Standards) ซึ่งเป็นข้อกำหนดของการผลิต Wire Mesh ในประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่ส่งถึงลูกค้าจะมีความสอดคล้องทั้งในด้านความทนทานและความปลอดภัยต่อโครงสร้างคอนกรีต
ด้วยโรงงานผลิตของ WMI ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศถึง 5 สาขา
ทำให้สามารถจัดส่งตะแกรงไวร์เมชได้อย่างรวดเร็วและตรงตามกำหนด ในทุกภูมิภาคของไทย ทีมงานยังให้การดูแลตั้งแต่ขั้นตอนให้คำปรึกษา การจัดส่ง ไปจนถึงการดูแลหลังการขาย เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด