บทความ

16 เมษายน 2020
ตะแกรงไวรเมชลวดกลม

ตะแกรงไวร์เมช ลวดกลม ข้ออ้อย

ตะแกรงไวร์เมช คืออะไร?    ตะแกรงไวร์เมช (Wire Mesh) เป็นผลิตภัณฑ์เหล็กเสริมคอนกรีตที่ผลิตจากลวดเหล็กรีดเย็น (Cold Drawn Steel Wire) นำมาทอติดกันเป็นแผง แล้วอาร์คเชื่อมด้วยไฟฟ้า ทำให้จุดเชื่อมทุกจุดหลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกัน ส่งผลให้มี กำลังคลาก (Tensile Strength) สูงกว่าเหล็กเส้นธรรมดาเกือบ 2 เท่า
ด้วยคุณสมบัติพิเศษนี้ ตะแกรงไวร์เมชจึงเป็นที่นิยมอย่างมากในงานก่อสร้างสมัยใหม่ ทั้งงานถนนคอนกรีต ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป เขื่อน บ่อเก็บน้ำ และโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรงทนทาน ตะแกรงไวร์เมชแบบลวดกลม
   ตะแกรงไวร์เมชแบบลวดกลม ผลิตจากเหล็กเส้นกลมรีดเย็น (RB) ผิวเรียบเกลี้ยง หน้าตัดกลม เหมาะสำหรับงานก่อสร้างทั่วไปที่ไม่ต้องการแรงยึดเกาะสูงมาก เช่น ● ปลอกเสา ปลอกคาน
● โครงถนน
● งานก่อสร้างบ้าน อาคารขนาดเล็ก–กลาง
เนื่องจากผิวเรียบ การใช้งานจึงมักต้องอาศัยการดัดงอ เพื่อให้สามารถถ่ายแรงระหว่างคอนกรีตกับเหล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตะแกรงไวร์เมชแบข้ออ้อย
   ตะแกรงไวร์เมชแบบข้ออ้อย ผลิตจากเหล็กเส้นข้ออ้อย (DB) ซึ่งมีผิวเป็นปล้อง ๆ คล้ายข้ออ้อยตลอดทั้งเส้น
ทำให้เกิดแรงยึดเหนี่ยวกับคอนกรีตได้มากกว่าเหล็กเส้นกลมในขนาดเท่ากัน    ด้วยคุณสมบัติด้านความแข็งแรงและการยึดเกาะสูง จึงนิยมใช้ในงานก่อสร้างที่ต้องรับน้ำหนักมากและต้องการโครงสร้างแข็งแรงเป็นพิเศษ เช่น ● อาคารสูง ตึกสำนักงาน
● สะพาน ถนนคอนกรีตที่รับรถบรรทุกหนัก
● เขื่อน สนามบิน
● สระน้ำ วิธีเลือกใช้ตะแกรงไวร์เมชให้เหมาะกับงาน    การเลือกใช้ ตะแกรงไวร์เมช ควรพิจารณาจากประเภทงานก่อสร้าง ความหนาคอนกรีต และความแข็งแรงที่ต้องการ
โดยทั่วไป เหล็กเส้นกลมจะเหมาะกับงานทั่วไป ส่วนเหล็กข้ออ้อยจะเหมาะกับงานที่ต้องการโครงสร้างทนทานสูง
หากต้องการความมั่นใจ ควรเลือก ตะแกรงไวร์เมชที่ได้มาตรฐาน มอก. และผลิตโดยโรงงานที่เชื่อถือได้
เลือก WMI Group ประสบการณ์มากกว่า 31 ปี ในอุตสาหกรรมตะแกรงดหล็กไวร์เมช ได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. และ MIT (Made in Thailand) ลักษณะเหล็กเส้นที่ดี ควรเป็นอย่างไร? ● เหล็กเส้นกลมต้องมีผิวเรียบเกลี้ยง ไม่มีปีก ไม่มีรอยปริแตก
● เหล็กข้ออ้อยต้องมีบั้งระยะเท่ากัน สม่ำเสมอตลอดทั้งเส้น
● เส้นผ่านศูนย์กลางและน้ำหนักถูกต้องตามมาตรฐาน
● เมื่อนำไปดัดโค้งงอ ต้องไม่ปริแตกหรือหักง่าย สรุป    ตะแกรงไวร์เมชลวดกลมและข้ออ้อย เป็นวัสดุเสริมคอนกรีตที่มีบทบาทสำคัญในงานก่อสร้างสมัยใหม่ โดยเหล็กเส้นกลมจะเหมาะกับงานทั่วไป ส่วนเหล็กข้ออ้อยเหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งแรงสูง การเลือกใช้งานที่ถูกต้องจะช่วยให้โครงสร้างมีความทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน และประหยัดต้นทุนในระยะยาว
หากคุณกำลังมองหา ตะแกรงไวร์เมชคุณภาพสูง ราคาถูก ได้มาตรฐาน มอก. เลือกไวร์เมช จาก WMI Group พร้อมจัดส่งทั่วประเทศ และมีทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา สั่งไวร์เมชกับ WMI Group ง่ายๆ แค่ คลิก ติดต่อเราเพื่อขอใบเสนอราคา และ ปรึกษาเรื่องการใช้ไวร์เมช


16 เมษายน 2020
การเทพื้นปูน พื้นคอนกรีตเป็นถนนทางเข้าหน้าบ้าน

การเทพื้นคอนกรีต

การเทพื้นคอนกรีต การเทพื้นคอนกรีต ให้แข็งแรงและทนทาน        การเทพื้นคอนกรีต เป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องใช้ทั้งเทคนิคและวัสดุที่ได้มาตรฐานเพื่อให้พื้นมีความแข็งแรง ใช้งานได้ยาวนาน และลดโอกาสแตกร้าว โดยเฉพาะพื้นที่ที่รับน้ำหนักมาก เช่น ถนน ลานจอดรถ หรือพื้นบ้าน การเลือกใช้ ตะแกรงเหล็กไวร์เมช WMI Group ซึ่งผ่านมาตรฐาน มอก. 737-2549 จะช่วยเสริมความแข็งแรงให้คอนกรีตและป้องกันการแตกร้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเทคอนกรีต สำหรับถนนทางเข้าหน้าบ้าน        การเทพื้นคอนกรีต เป็นขั้นตอนสำคัญในการทำถนน ลานจอดรถ หรือพื้นบ้านที่ต้องการความแข็งแรงและทนทาน โดยทั่วไปความหนาของพื้นคอนกรีตสำหรับรถยนต์วิ่งผ่านควรอยู่ที่ประมาณ 15 ซม. มีกำลังอัด 180-240 KSC ซึ่งสามารถผสมเองในอัตราส่วน ปูนซีเมนต์ : ทราย : หิน = 1 : 2 : 4 หรือใช้คอนกรีตผสมเสร็จจากโรงงานเพื่อความสะดวกและควบคุมคุณภาพได้ดีกว่า การเตรียมพื้น เพื่อการเทคอนกรีต 1. เริ่มต้นด้วยการปรับระดับดินเดิมให้เรียบและแน่น (ไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ) และลดระดับหน้าดินเผื่อความหนาของทรายและคอนกรีต 2. ทำการตั้งแบบเทคอนกรีต โดยใช้แบบไม้เนื้อแข็งหรือแบบเหล็กสำเร็จรูปวางตามแนวของเส้นถนน ในขอบเขตความกว้างยาวตามแบบที่กำหนดไว้ แล้วค้ำยันให้แข็งแรง
แนะนำว่าความกว้างของถนนไม่ควรเกิน 4 เมตร ส่วนความยาวของถนนในแต่ละช่วงไม่ควรเกิน 6 เมตร เพราะการยืดหดขยายตัวของถนนอาจทำให้เกิดรอยร้าวได้ 3. เททรายจนได้ระดับความหนา 5 เซนติเมตร แล้วบดอัดด้วยเครื่องตบดินหรือทุบให้แน่น ขั้นตอน การเทพื้นคอนกรีต 1. เมื่อปรับผิวหน้าดินเรียบร้อยแล้ว ให้วางตะแกรงเหล็กไวร์เมช เส้นผ่านศูนย์กลาง 6 มม. ขนาดตาราง 15×15 ซม. (6 mm @15 cm) ไว้ในเนื้อคอนกรีตด้วย โดยตะแกรงเหล็กไวร์เมชนี้จะต้องอยู่ต่ำกว่าผิวคอนกรีตประมาณ 5 เซนติเมตร เพื่อป้องกันรอยร้าวที่ผิวคอนกรีต รวมถึงการวางตำแหน่ง เหล็กเดือย (Dowel Bar) หรือ เหล็กยึด (Tie Bar) ตามแบบมาตรฐาน เพื่อเสริมความแข็งแรงในบริเวณรอยต่อตามแนวกว้างและแนวยาวของพื้นคอนกรีต 2. โดยทั่วไปจะใช้วิธีการเทพื้นคอนกรีตลงไปให้ต่ำกว่าระดับที่ต้องการแล้วเกลี่ยให้ทั่ว จากนั้นวางตะแกรงเหล็กไวร์เมช แล้วเทคอนกรีตทับอีกรอบให้ได้ระดับตามที่กำหนด
หรืออาจใช้อีกวิธีหนึ่ง คือการเสริมลูกปูนก่อนจะวางตะแกรงเหล็กไวร์เมชทับลงไป แล้วเทคอนกรีตให้ทั่วพื้นที่จนได้ระดับตามต้องการ
วิธีนี้สะดวกตรงที่ การเทคอนกรีตสามารถทำได้ในขั้นตอนเดียว 3. หลังจากเทคอนกรีตลงไปแล้ว ให้ทำการปรับแต่งผิวหน้าให้เรียบร้อย จากนั้นปล่อยทิ้งไว้จนผิวคอนกรีตเริ่มแข็งตัวและให้บ่มพื้นคอนกรีตโดยฉีดน้ำให้ชุ่มไม่น้อยกว่า 7 วัน เพื่อให้คอนกรีตมีความแข็งแรงเต็มที่
ขั้นตอนนี้นับว่าจำเป็นมาก เพราะหากไม่บ่มคอนกรีตหรือบ่มในระยะเวลาที่เหมาะสม จะทำให้คอนกรีตมีประสิทธิภาพในการรับแรงต่ำกว่าที่ควร
ทั้งยังอาจทำให้สารต่าง ๆซึมเข้าสู่เนื้อคอนกรีต ส่งผลให้เหล็กเสริมเป็นสนิมง่าย จนทำให้คอนกรีตเกิดการแตกร้าวเสียหายได้ 4. หลังจากที่พื้นคอนกรีตแข็งแรงขึ้นแล้ว จะต้องกรีดร่องด้วย Saw Cut Machine ตามตำแหน่งรอยต่อคอนกรีต โดยให้มีความกว้างไม่น้อยกว่า 1 เซนติเมตร ลึก 1.5 เซนติเมตร แล้วหยอดยางมะตอยระหว่างช่อง ป้องกันไม่ให้น้ำซึมลงไปในร่องรอยต่อ
เป็นการป้องกันดินทรุดนั่นเอง ทำไม “ไวร์เมช WMI Group” เหมาะกับการเทพื้นคอนกรีต ✔ ออกแบบมาเพื่อ “การเทพื้นคอนกรีต” โดยตรง ตะแกรงเหล็กไวร์เมช (Wire Mesh) ช่วยกระจายแรงและควบคุมรอยแตกร้าวจากการหดตัวของคอนกรีต
ลดโอกาสรอยร้าวแบบสุ่ม ทำให้พื้นแข็งแรงและใช้งานได้นาน ✔ มาตรฐาน มอก. เชื่อถือได้ ผลิตตามมาตรฐานอุตสาหกรรมไทย มอก. 737-2549
ให้ค่าความสม่ำเสมอของเส้นลวด ขนาดช่อง และคุณภาพรอยเชื่อมที่แน่นหนา
มั่นใจได้เรื่องความแข็งแรงและความปลอดภัย ✔ คุณภาพสม่ำเสมอทุกม้วน ทุกแผง ผลิตด้วยเครื่องจักรอัตโนมัติ ควบคุมระยะห่างของตะแกรงและเส้นผ่านศูนย์กลางลวดได้แม่นยำ ✔ ลดความผิดพลาดหน้างาน ไม่ต้องคำนวณระยะผูกลวดทีละเส้น ลดการผูกหลวม/แน่นเกินไป
ลดเศษเหล็กและการสูญเสียวัสดุ ช่วยคุมงบประมาณได้จริง ✔ รองรับงานสั่งผลิต/ปรับสเปกตามแบบ (ตามเงื่อนไข) สรุป ไวร์เมชจาก WMI Group ผลิตตามมาตรฐาน มอก. มีหลายขนาด (2.8-12 มม.)
เหมาะสำหรับงานเทพื้นคอนกรีตทุกประเภท ทั้งบ้านพักอาศัยและงานโครงสร้างขนาดใหญ่
ช่วยเพิ่มความแข็งแรง ลดรอยแตกร้าว และติดตั้งได้รวดเร็ว สั่งไวร์เมชกับ WMI Group ง่ายๆ แค่ คลิก ติดต่อเราเพื่อขอใบเสนอราคา, ปรึกษาเรื่องการใช้ไวร์เมช, หรือเช็คราคาตรงจากโรงงาน


 
23 ธันวาคม 2023

เหล็กลวดไวร์รอท คืออะไร?

ไวร์รอท – Wire Rod ไวร์รอท คืออะไร?    ไวร์รอท (wire rod) คือ ผลิตภัณฑ์เหล็กม้วนที่ผลิตจากการ รีดร้อน (hot rolling) โดยมีลักษณะหน้าตัดเป็นทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลางมักอยู่ระหว่าง 5–20 mm จากนั้นม้วนเป็นขดเพื่อเตรียมนำไปสู่กระบวนการต่อไป โดยทั่วไปจะใช้คาร์บอนต่ำ และผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. 348-2540
ขนาดของขดเหล็กไวร์รอทจะมีทั้งขนาดขนาดภายในราว 810–910 mm และภายนอก 1,100–1,300 mm โดยน้ำหนักแต่ละขดแตกต่างกันไป ตั้งแต่ประมาณ 600 กก. จนถึง 2.5 ตัน ลวดเหล็กไวร์รอท มีลักษณะดังนี้ • เป็นเหล็กคาร์บอนต่ำ คาร์บอน  ≤ 0.08%
• เหล็กม้วนยาวเป็นขด หนักประมาณ 1.5-2 ตัน
• มีขนาดลวดตั้งแต่ 5.5 มิลลิเมตร ถึง 19 มิลลิเมตร เหล็กลวด หรือเหล็กไวร์รอท Wire rod เป็นผลิตภัณฑ์    เหล็กกล้าชนิดคาร์บอนต่ำร้อนกึ่งสำเร็จรูป ลักษณะเหล็กเส้นแบบกลม เป็นเส้นยาวที่ม้วนเป็นขด โดยทั่วไปจะนิยมนำไปผลิตด้วยการดึงเย็น เพื่อนำไปผลิตในงานอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง เช่นการนำไปผลิตตะแกรงเหล็กไวร์เมช ของ WMI Group เป็นต้น
ดังนั้น ไวร์เมช WMI จึงต้องเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพดี ประสิทธิภาพสูง จึงทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าตะแกรงเหล็กของเรา ได้มาตรฐานทุกตารางเมตร เพราะคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเพื่อการใช้งานทุกหน้างานของลูกค้าทุกคน กระบวนการผลิตและประเภทของไวร์รอท • เริ่มจาก billet หรือ billet steel ผ่านการรีดร้อนในโรงม้วน (rod mill) จนได้ขนาดตามต้องการ แล้วม้วนเก็บในรูปขดเหล็ก
• คุณสมบัติและเกรด โดยแบ่งตามคาร์บอน เช่น low-carbon, medium-carbon, high-carbon เพื่อให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น ลวดสปริง, ลวดผูก (tie wire), หรือเสาเหล็กค้ำยึดคอนกรีต เหล็กลวดไวร์รอทสู่ตะแกรงเหล็กไวร์เมช WMI

   เมื่อได้ wire rod แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือสู่กระบวนการผลิต “ตะแกรงเหล็กไวร์เมช” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ได้รับการเชื่อมลวดตามแนวตาราง เหมาะสำหรับเสริมโครงสร้างคอนกรีต เช่น พื้นหรือผนัง ระบบการผลิตสินค้าของ WMI เริ่มตั้งแต่เลือกไวร์รอทที่เหมาะสม ไปจนถึงการรีด/ดึงลวดแล้วจัดวางเพื่อเชื่อมต่อแบบแม่นยำ โดยใช้เทคโนโลยีระดับสูงของ WMI ให้ตะแกรงมีความแข็งแรง ทนทาน และสอดคล้องกับมาตรฐาน มอก. บทสรุป • ไวร์รอท (wire rod) คือเชื้อเพลิงแรกเริ่มของการผลิตลวดและตะแกรง
• เป็นหัวใจสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพของ ตะแกรงเหล็กไวร์เมช WMI
• WMI เลือกใช้ ไวร์รอทคุณภาพสูง ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน มอก. เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในผลิตภัณฑ์ ทั้งความแข็งแรงและความคุ้มค่า สั่งไวร์เมชกับ WMI Group ง่ายๆ แค่ คลิก ติดต่อเราเพื่อขอใบเสนอราคา, ปรึกษาเรื่องการใช้ไวร์เมช, หรือเช็คราคาใกล้คุณ ได้ทันที


27 พฤศจิกายน 2024

ไขความลับ! ขนาดตาห่างไวร์เมช ส่งผลต่อความแข็งแรงโครงสร้างอย่างไร?

ขนาดช่องตาห่างไวร์เมช    สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามในการเลือกใช้ตะแกรงเหล็กไวร์เมชก็คือ “ขนาดช่องตาห่างไวร์เมช” ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความแข็งแรงและอายุการใช้งานของโครงสร้าง หากเลือกไม่ถูกต้อง อาจทำให้โครงสร้างคอนกรีตแตกร้าวหรือรับน้ำหนักได้ไม่เพียงพอ บทความนี้จะพาคุณมาทำความเข้าใจว่า ขนาดช่องตาห่างไวร์เมช มีผลอย่างไรต่อความสามารถในการกระจายแรง การรองรับน้ำหนัก และการเสริมความแข็งแกร่ง พร้อมทั้งแนะนำแนวทางการเลือกใช้อย่างเหมาะสมในงานก่อสร้างแต่ละประเภท ตะแกรงไวร์เมชตาห่างเล็ก: 10×10, 15×15 และ 20×20 เซนติเมตร    การเลือกใช้ตะแกรงเหล็กไวร์เมชที่มี ขนาดช่องตาห่างเล็ก จะช่วยเพิ่มความหนาแน่นของเหล็กเสริมในคอนกรีต ส่งผลให้โครงสร้างมีความแข็งแรงสูง สามารถรองรับแรงกด แรงดึง และแรงกระแทกได้ดีกว่า จึงเหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานสูงและมีการใช้งานหนักต่อเนื่อง ตัวอย่างงานก่อสร้างที่เหมาะสม ได้แก่ ● พื้นคอนกรีตในโรงงานอุตสาหกรรม
● พื้นโกดังเก็บสินค้า
● ถนนคอนกรีตที่รองรับรถบรรทุกหรือรถหนัก
● ฐานรากอาคารสูง
● งานถนนและลานจอดรถ
● งานพื้นโพเดียม (Podium Slab)
● ทางเท้าและงานสะพานคอนกรีต
● งานก่อสร้างสะพาน
● งานก่อสร้างบ่อเก็บน้ำหรือสระว่ายน้ำ ตะแกรงไวร์เมชตาห่างมาตรฐาน: 25×25 และ 30×30 เซนติเมตร   สำหรับงานทั่วไปที่ไม่ต้องการรับแรงหนักมาก ไวร์เมชตาห่างมาตรฐาน ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า ทั้งในด้านราคาและความสะดวกในการติดตั้ง แม้จะมีระยะช่องที่กว้างกว่า แต่ยังคงมีความแข็งแรงเพียงพอสำหรับงานคอนกรีตที่รับแรงปานกลาง ตัวอย่างงานก่อสร้างที่เหมาะสม เช่น ● พื้นโรงจอดรถขนาดเล็ก
● พื้นลานอเนกประสงค์
● งานเทพื้นคอนกรีตทั่วไปที่มีความหนา 10–15 เซนติเมตร
● พื้นโกดัง
● พื้นโรงจอดรถขนาดเล็ก
● งานถนนหรือพื้นลานจอดรถขนาดเล็ก ข้อควรพิจารณา: หากโครงสร้างต้องรองรับน้ำหนักมาก เช่น รถบรรทุก ควรเลือก ตะแกรงไวร์เมชตาห่างเล็กลง หรือเลือกเส้นลวดที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่ขึ้น เพื่อเพิ่มกำลังรับแรงของโครงสร้าง วิธีเลือกขนาดช่องตาห่างไวร์เมชให้เหมาะสม 1. พิจารณาประเภทงานก่อสร้าง งานหนักควรใช้ตาห่างเล็ก งานทั่วไปใช้ตาห่างมาตรฐานได้ 2. ความหนาของคอนกรีต คอนกรีตที่มีความหนา 10–15 ซม. เหมาะกับไวร์เมชตาห่าง 25×25 หรือ 30×30 ซม. 3. งบประมาณโครงการ ตาห่างเล็กจะใช้ปริมาณเหล็กมากขึ้น ส่งผลให้ราคาสูงกว่า แต่ได้ความแข็งแรงมากขึ้นเช่นกัน WMI Group ผู้เชี่ยวชาญด้านตะแกรงเหล็กไวร์เมชกว่า 31 ปี หากคุณยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกขนาดช่องตาห่างไวร์เมช เท่าไรจึงจะเหมาะสมกับโครงการ เรามีทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญจาก WMI Group ที่พร้อมให้คำปรึกษาอย่างละเอียด ด้วยประสบการณ์มากกว่า 31 ปีในการผลิตตะแกรงเหล็กไวร์เมช มาตรฐาน มอก. และ MiT (Made in Thailand) คุณจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง และได้ตะแกรงไวร์เมชมีคุณภาพสูงสุดสำหรับงานก่อสร้าง สั่งไวร์เมชกับ WMI Group ง่ายๆ แค่ คลิก ติดต่อเราเพื่อขอใบเสนอราคา และ ปรึกษาเรื่องการใช้ไวร์เมช


29 พฤศจิกายน 2024

ไวร์เมช มอก.

ไวร์เมช มอก. จาก WMI Group – ตอบโจทย์ทุกงานก่อสร้างอย่างมั่นใจ   ไวร์เมชมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) เป็นวัสดุก่อสร้างที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในงานโครงสร้างคอนกรีตทุกประเภท เนื่องจากเป็นตะแกรงลวดเชื่อมที่มีความแข็งแรง ทนทาน และมีคุณภาพสูง การใช้วัสดุที่ได้มาตรฐานย่อมสร้างความมั่นใจให้กับผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการ ว่าการก่อสร้างจะมีความปลอดภัยและมีอายุการใช้งานยาวนาน ตะแกรงเหล็กไวร์เมช WMI จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับงานเสริมแรงคอนกรีต ทั้งในงานพื้นคอนกรีต เสา คาน หรือโครงสร้างอื่น ๆ ที่ต้องรองรับน้ำหนักและแรงกดทับมาก การเลือกใช้ ไวร์เมชมาตรฐาน มอก. จะช่วยให้การก่อสร้างมีความเสถียร แข็งแรง และลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน มั่นใจได้ด้วยมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง ● มอก. 747-2564 ลวดเหล็กกล้าดึงเย็นเสริมคอนกรีต ● มอก. 943-2564 ลวดเหล็กกล้าข้ออ้อยดึงเย็นเสริมคอนกรีต ● มอก. 737-2549 ตะแกรงเหล็กกล้าเชื่อมติดเสริมคอนกรีต      บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับคุณสมบัติที่โดดเด่นของ ตะแกรงเหล็กไวร์เมช WMI เหตุผลที่ควรเลือกใช้ รวมถึงประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากการใช้สินค้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเลือกวัสดุก่อสร้างที่ดีที่สุดสำหรับงานก่อสร้างของคุณ ● ความปลอดภัย    ไวร์เมชมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ถูกออกแบบและผลิตตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทั้งเรื่องขนาดเส้นลวด ความหนาแน่นของตาข่าย และความแข็งแรงของการเชื่อม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์สามารถรองรับน้ำหนักและแรงกระทำต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในงานก่อสร้างได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
การใช้ไวร์เมชที่ได้มาตรฐาน มอก. จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ความเสียหายต่อโครงสร้าง และปัญหาการทรุดตัวของคอนกรีต ทำให้โครงการก่อสร้างมีความปลอดภัยมากขึ้นทั้งต่อผู้ปฏิบัติงานและผู้ใช้งานในอนาคต ● คุณภาพสม่ำเสมอ    การผลิต ไวร์เมช มอก. ทำให้ทุกชิ้นของผลิตภัณฑ์มีคุณภาพและคุณสมบัติที่สม่ำเสมอกัน ไม่ว่าจะเป็นขนาดเส้นลวด ความหนาแน่นของตาข่าย หรือความแข็งแรงของการเชื่อม คุณสมบัติที่สม่ำเสมอนี้ช่วยให้การเสริมแรงคอนกรีตมีประสิทธิภาพเท่าเทียมกันในทุกพื้นที่ของงานก่อสร้าง ทำให้ผู้รับเหมาสามารถวางแผนและคำนวณโครงสร้างได้อย่างแม่นยำ และลดปัญหาการใช้วัสดุที่มีคุณภาพแตกต่างกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้างโดยรวม ● ความน่าเชื่อถือ    ผลิตภัณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรม ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ ทำให้ผู้บริโภค ผู้รับเหมา และวิศวกรสามารถมั่นใจในคุณภาพของวัสดุได้อย่างเต็มที่ การเลือกใช้ไวร์เมช มอก. จาก WMI Group จึงไม่เพียงช่วยให้โครงสร้างแข็งแรง แต่ยังสร้างความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นได้รับการตรวจสอบอย่างเป็นระบบ และเหมาะสมกับการใช้งานในงานก่อสร้างทุกประเภท ● การรับประกัน    การเลือกใช้ ไวร์เมช มอก. มาพร้อมกับความมั่นใจในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย เนื่องจากผลิตภัณฑ์ผ่านการตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญที่เป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรม การใช้ไวร์เมชจาก WMI Group ทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่าทุกชิ้นมีความแข็งแรง รองรับแรงกดทับและแรงดึงได้ตามมาตรฐาน อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงในการซ่อมแซมหรือการเกิดปัญหาในอนาคต ซึ่งถือเป็นการรับประกันคุณภาพที่ผู้รับเหมาหรือเจ้าของโครงการสามารถพึ่งพาได้ ● กฎหมายและข้อบังคับ    ในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่หรือโครงการสำคัญ เช่น อาคารสูง สะพาน หรือโรงงานอุตสาหกรรม มักมีข้อกำหนดว่าต้องใช้วัสดุที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและความทนทานของโครงสร้าง การใช้ไวร์เมช มอก. จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานวิศวกรรม ทำให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาทางเทคนิคหรือการตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐ    ไวร์เมชมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) เป็นวัสดุเสริมแรงคอนกรีตที่มีคุณภาพสูง มีความปลอดภัย และน่าเชื่อถือ
การเลือกใช้ ไวร์เมช มอก. จาก WMI Group ช่วยให้โครงสร้างมีความแข็งแรง ทนทาน และเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย
อีกทั้งยังช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการว่าการก่อสร้างจะปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และยืดอายุการใช้งานของโครงสร้างได้อย่างยาวนาน
   WMI Group คือคำตอบสำหรับงานก่อสร้างที่ต้องการความแข็งแรงและความปลอดภัยสูงสุด
เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการ ที่ต้องการงานก่อสร้างที่ยั่งยืน


13 ธันวาคม 2024

การเลือกตะแกรงไวร์เมช จาก WMI ผู้เชียวชาญด้านไวร์เมช

การเลือกตะแกรงไวร์เมชที่เหมาะสมกับงานก่อสร้าง ในการก่อสร้างบ้านหรืออาคาร การเลือกใช้ ตะแกรงไวร์เมช ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างพื้นและผนังคอนกรีต ไม่เพียงช่วยเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้าง แต่ยังช่วยลดต้นทุนและเวลาในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาตะแกรงไวร์เมชคุณภาพสูงจากผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ WMI Group ขอนำเสนอบทความการเลือกตะแกรงไวร์เมช เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจลักษณะการใช้งานในแต่ละขนาด และเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามความต้องการมากที่สุด ตะแกรงไวร์เมชขนาด 2.8-4 มิลลิเมตร
เหมาะสำหรับงานโครงสร้างเบาหรือการใช้งานที่ไม่ต้องการรับน้ำหนักมาก เช่น • พื้นบ้าน
• พื้นห้องน้ำ
• โรงรถ ลานจอดรถ
• พื้นที่รอบเสาเข็ม
• พื้นสนามเด็กเล่น
• พื้นระเบียง
• พื้นทางเดิน
• สวนสาธารณะ ตะแกรงไวร์เมชขนาด 4-6 มิลลิเมตร
เป็นขนาดมาตรฐานที่เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแข็งแรงปานกลาง เช่น • พื้นบ้าน
• พื้นโกดังสินค้า
• ห้างสรรพสินค้า/ศูนย์การค้า
• พื้นที่ทำงานก่อสร้าง
• พื้นที่จอดรถบรรทุก
• พื้นชั้นใต้ดิน
• พื้นถนนทั่วไป
• พื้นสนามกีฬา
• พื้นที่เลี้ยงสัตว์ *ขนาดนี้เป็นที่นิยมเนื่องจากรองรับน้ำหนักได้ดี และมีอายุการใช้งานยาวนาน* ตะแกรงไวร์เมชขนาด 9-12 มิลลิเมตร
เหมาะสำหรับงานก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องการรองรับน้ำหนักมาก เช่น • สนามบิน
• ท่าเรือ
• โรงงานอุตสาหกรรมหนัก
• อาคารจอดรถหลายชั้น
• โกดังเก็บสินค้าที่มีน้ำหนักมาก
• สถานีรถไฟ
• เขื่อน, อุโมงค์
• ถนนรถบรรทุก *ความหนาแน่นของลวดช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความมั่นคงให้กับโครงสร้าง* การเลือกตะแกรงไวร์เมชให้เหมาะสมกับประเภทงาน เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการก่อสร้าง
WMI Group มี ระบบแนะนำขนาดไวร์เมชตามประเภทงานก่อสร้าง แม่นยำ ใช้งานได้จริง คุณภาพและมาตรฐานตะแกรงไวร์เมช WMI    ตะแกรงไวร์เมชของ WMI ผลิตจาก ลวดเหล็กคุณภาพสูง ผ่านการทอด้วยเครื่องจักรอัตโนมัติ ทำให้แต่ละจุดเชื่อมแน่นหนาและมีโครงสร้างที่สมบูรณ์แบบ
นอกจากนี้ WMI ยังมุ่งเน้นคุณภาพตามมาตรฐาน TIS (Thai Industrial Standards) ซึ่งเป็นข้อกำหนดของการผลิต Wire Mesh ในประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่ส่งถึงลูกค้าจะมีความสอดคล้องทั้งในด้านความทนทานและความปลอดภัยต่อโครงสร้างคอนกรีต บริการจัดส่งรวดเร็ว โรงงานผลิต 5 สาขา ครอบคลุมทั่วประเทศ   ด้วยโรงงานผลิตของ WMI ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศถึง 5 สาขา ● นนทบุรี
● นครสวรรค์
● ขอนแก่น
● นครราชสีมา
● ชลบุรี    ทำให้สามารถจัดส่งตะแกรงไวร์เมชได้อย่างรวดเร็วและตรงตามกำหนด ในทุกภูมิภาคของไทย ทีมงานยังให้การดูแลตั้งแต่ขั้นตอนให้คำปรึกษา การจัดส่ง ไปจนถึงการดูแลหลังการขาย เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด สั่งไวร์เมชกับ WMI Group ง่ายๆ แค่ คลิก ติดต่อเราเพื่อขอใบเสนอราคา, ปรึกษาเรื่องการใช้ไวร์เมช, หรือเช็คราคาใกล้คุณ ได้ทันที


27 กุมภาพันธ์ 2025

ตะแกรงเหล็กเส้น คืออะไร

ตะแกรงเหล็กเส้น คืออะไร? เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะกับงานปูพื้นคอนกรีต เมื่อต้องการเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างคอนกรีต ” ตะแกรงเหล็กเส้น ” หรือ “ตะแกรงไวร์เมชwmi” เป็นวัสดุสำคัญที่ช่วยเพิ่มความทนทาน ลดการแตกร้าว และรองรับน้ำหนักได้อย่างดี ในบทความนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับตะแกรงเหล็กเส้น และวิธีเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับงานปูพื้นคอนกรีต ตะแกรงเหล็กเส้น คืออะไร? ตะแกรงเหล็กเส้น (Wire Mesh Reinforcement) คือโครงสร้างเหล็กที่เกิดจากการนำเหล็กเส้นกลมหรือเหล็กข้ออ้อยมาจัดเรียงเป็นตาข่าย แล้วเชื่อมติดกันเป็นแผ่นหรือม้วน นิยมใช้เป็นโครงเสริมแรงสำหรับงานก่อสร้างต่างๆ โดยเฉพาะการปูพื้นคอนกรีต เพื่อป้องกันการแตกร้าวและเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้าง ข้อดีของการใช้ ตะแกรงเหล็กเส้น สำหรับปูพื้นคอนกรีต ช่วยเสริมความแข็งแรง – ทำให้คอนกรีตทนต่อแรงดึงและแรงอัดได้ดีขึ้น ลดการแตกร้าวของคอนกรีต – ลดปัญหาการแตกร้าวจากการหดตัวหรือการขยายตัวของคอนกรีต ติดตั้งง่ายและรวดเร็ว – ตะแกรงไวร์เมชมาเป็นแผ่นหรือม้วน สามารถนำไปใช้ได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาผูกเหล็กหน้างาน ช่วยกระจายแรงอย่างสม่ำเสมอ – ช่วยให้พื้นคอนกรีตรับน้ำหนักได้ทั่วถึง ลดความเสี่ยงของการทรุดตัว การเลือกตะแกรงเหล็กเส้นให้เหมาะกับงานปูพื้นคอนกรีต เลือกขนาดและความหนาให้เหมาะสม – ขึ้นอยู่กับประเภทของงาน เช่น งานพื้นบ้าน พื้นถนน หรือโรงงานที่ต้องรับน้ำหนักมาก เลือกวัสดุที่ได้มาตรฐาน – ควรเลือกตะแกรงเหล็กเส้นที่ผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) เพื่อความปลอดภัย เลือกแบบม้วนหรือแบบแผ่น – แบบม้วนเหมาะกับงานที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง ส่วนแบบแผ่นเหมาะกับพื้นที่กว้างและต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษ สรุป ตะแกรงเหล็กเส้น ตะแกรงเหล็กเส้น หรือ ตะแกรงไวร์เมชเป็นวัสดุที่ขาดไม่ได้สำหรับงานปูพื้นคอนกรีต โดยช่วยเสริมความแข็งแรง ลดการแตกร้าว และเพิ่มอายุการใช้งานของพื้นคอนกรีต การเลือกใช้ตะแกรงเหล็กเส้นควรพิจารณาความหนา ขนาด และมาตรฐานของวัสดุ เพื่อให้เหมาะสมกับประเภทของงาน ไม่ว่าจะเป็นงานบ้าน ถนน หรือโรงงานอุตสาหกรรม การติดตั้งที่ถูกต้องและเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพจะช่วยให้พื้นคอนกรีตมีประสิทธิภาพและรองรับน้ำหนักได้อย่างดี หากคุณกำลังมองหาตะแกรงเหล็กเส้น ควรเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของโครงสร้างของคุณ หากคุณกำลังมองหาตะแกรงเหล็กเส้นสำหรับงานปูพื้นคอนกรีต อย่าลืมเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานและเหมาะสมกับประเภทงานของคุณ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด  
28 กุมภาพันธ์ 2025

แนะนำการเลือกตะแกรงเหล็กเส้น

ตะแกรงเหล็กเส้น: วิธีการเลือกให้เหมาะกับงานก่อสร้าง ตะแกรงไวร์เมช เป็นวัสดุก่อสร้างที่ช่วยเสริมแรงให้โครงสร้างแข็งแรง ทนทาน และลดต้นทุนการก่อสร้างได้
หากเลือก ตะแกรงเหล็กเส้น ให้เหมาะสม จะช่วยให้งานก่อสร้างมีประสิทธิภาพและเสร็จเร็วขึ้น
โดยตะแกรงเหล็กเส้นแต่ละขนาดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกให้เหมาะสมจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม • ตะแกรงเหล็กเส้น (Wire Mesh) คืออะไร?
• วิธีเลือกขนาดตะแกรงเหล็กเส้นให้เหมาะสม
• สรุปและข้อเสนอแนะ ตะแกรงเหล็กเส้น (Wire Mesh) คืออะไร? เป็นเหล็กเสริมแรงที่ผลิตจากเหล็กรีดเย็น นำมาถักหรือเชื่อมเป็นแผ่น
ใช้สำหรับเสริมแรงในงานก่อสร้าง เช่น งานเทพื้นถนน พื้นโรงงาน พื้นบ้าน หรือโครงสร้างขนาดใหญ่ วิธีเลือกขนาดไวร์เมชให้เหมาะสม ขนาดของตะแกรงเหล็ก หรือไวร์เมชมีหน่วยวัดเป็นมิลลิเมตร (มม.) โดยขนาดที่หนาขึ้นจะสามารถรับน้ำหนักได้มากขึ้น ตะแกรงไวร์เมชขนาด 2.8 – 4 มิลลิเมตร เหมาะสำหรับ • งานพื้นบ้าน, พื้นห้องน้ำ, โรงรถ
• ลานจอดรถ, พื้นรอบเสาเข็ม
• พื้นสนามเด็กเล่น, พื้นโรงงาน, พื้นระเบียง
• พื้นทางเดินในสวนสาธารณะ ตะแกรงไวร์เมชขนาด 4 – 6 มิลลิเมตร เหมาะสำหรับ • งานพื้นบ้าน, พื้นห้องน้ำ, โรงรถ
• พื้นโกดังสินค้า, ห้างสรรพสินค้า, ศูนย์การค้า
• พื้นที่ทำงานก่อสร้าง, พื้นที่จอดรถบรรทุก
• พื้นชั้นใต้ดิน, พื้นถนนทั่วไป
• พื้นสนามกีฬา, พื้นที่เลี้ยงสัตว์ ตะแกรงไวร์เมชขนาด 9 – 12 มิลลิเมตร เหมาะสำหรับ • งานพื้นบ้าน, พื้นห้องน้ำ, โรงรถ
• งานโครงสร้างขนาดใหญ่ เช่น สนามบิน, ท่าเรือ
• โรงงานอุตสาหกรรมหนัก, อาคารจอดรถหลายชั้น
• โกดังเก็บสินค้าหนัก
• สถานีรถไฟ
• งานโครงสร้างพิเศษ เช่น เขื่อน, อุโมงค์, ถนนรถบรรทุก   สรุปและข้อเสนอแนะ ตะแกรงไวร์เมชเป็นวัสดุสำคัญที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้าง
เลือกขนาดให้เหมาะสมเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด อย่าลืมเลือกซื้อจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน มอก. เพื่อความปลอดภัยและความทนทานสูงสุด เลือกซื้อตะแกรงไวร์เมชคุณภาพ มาตรฐาน มอก. หากต้องการ ไวร์เมช คุณภาพดี ที่ผ่านมาตรฐาน มอก. และจัดส่งถึงไซต์งานของคุณ
คลิกที่นี่ เพื่อสั่งซื้อ เรามีบริการจัดส่งทั่วประเทศ         ข้อดีของตะแกรงเหล็กไวร์เมช (Wire Mesh) 1. ประหยัดต้นทุน ลดของเสีย ตะแกรงเหล็กไวร์เมช (Wire Mesh) มีกำลังคลาก (Yield Strength) สูงกว่าเหล็กเส้นธรรมดา ถึงทำให้ใช้เหล็กน้อยลงโดยไม่ลดคุณภาพของโครงสร้าง นอกจากนี้ ไวร์เมชสามารถผลิตตามขนาดที่ต้องการ ลดเศษเหล็กเหลือทิ้ง และช่วยลดต้นทุนวัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ   2. ติดตั้งไว งานเสร็จเร็วขึ้น ตะแกรงเหล็กไวร์เมชถูกเชื่อมเป็นตารางสำเร็จรูป ช่วยลดเวลาในการผูกเหล็กและติดตั้ง สามารถนำไปใช้งานได้ทันที โดยจากการประเมินโครงการก่อสร้าง พบว่าการใช้ไวร์เมชช่วยลดเวลาในการทำงานได้อย่างมาก ทำให้โครงการเสร็จเร็วขึ้น และประหยัดค่าแรง   3. ใช้งานได้หลากหลาย แข็งแรงทนทาน ตะแกรงเหล็กไวร์เมชสามารถใช้ได้กับงานคอนกรีตเสริมเหล็กทุกประเภท เช่น พื้นถนน พื้นอาคาร กำแพงกันดิน และโครงสร้างอื่นๆ นอกจากนี้ ยังสามารถดัดขึ้นรูปเพื่อใช้ในงานเฉพาะ เช่น บันได ท่อคอนกรีต หรือพื้นสำเร็จรูป ช่วยเพิ่มความสะดวกในการก่อสร้างและรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ประเภทของตะแกรงเหล็กเส้น 1. เหล็กเส้นกลม (Round Bar) เหล็กเส้นกลมเป็นเหล็กที่มีลักษณะผิวเรียบ หน้าตัดเป็นวงกลม นิยมใช้ในงานโครงสร้างขนาดเล็กและขนาดกลาง เช่น
• ปลอกเสา ปลอกคาน – ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้โครงสร้าง
• งานโครงสร้างถนน – ใช้เสริมแรงและป้องกันการแตกร้าวของคอนกรีต
• งานก่อสร้างทั่วไป – เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการดัดงอเพื่อช่วยถ่ายแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จุดเด่นของเหล็กเส้นกลมคือ ความง่ายในการดัดและขึ้นรูป แต่มีแรงยึดเกาะกับคอนกรีตน้อยกว่าเหล็กเส้นข้ออ้อย   2. เหล็กเส้นข้ออ้อย (Deformed Bar) เหล็กเส้นข้ออ้อย เป็นเหล็กเสริมคอนกรีตที่มีลักษณะพิเศษ มีบั้งหรือลายปล้องตลอดทั้งเส้น เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะกับคอนกรีตมากกว่าเหล็กเส้นกลม การใช้งานที่ต้องการความแข็งแรงสูง เช่น
• โครงสร้างอาคารสูง – รองรับน้ำหนักและแรงดึงได้ดี
• ถนนคอนกรีตและสะพาน – เพิ่มความแข็งแรงให้พื้นถนน
• เขื่อนและสนามบิน – ป้องกันการแตกร้าวและกระจายแรงได้ดี
• บ่อและสระน้ำ – ช่วยป้องกันการรั่วซึมของคอนกรีต
จุดเด่นของเหล็กเส้นกลมคือ ความง่ายในการดัดและขึ้นรูป แต่มีแรงยึดเกาะกับคอนกรีตน้อยกว่าเหล็กเส้นข้ออ้อย 🌐 ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่: WMI Group
20 มีนาคม 2025

ไวร์เมชกระดก แก้ไขยังไงดี?

ไวร์เมชกระดก แก้ไขยังไงดี? ไวร์เมชกระดก เป็นปัญหาที่พบบ่อยในการใช้ตะแกรงไวร์เมชแบบม้วน (Wire Mesh Roll)
เพราะเมื่อกางออกอาจโก่งตัวหรือไม่เรียบ ส่งผลต่อการเทคอนกรีต
หากไม่แก้ไขอาจทำให้โครงสร้างไม่แข็งแรง วันนี้เราจะมาดูวิธีแก้ไขปัญหาไวร์เมชกระดกกัน!
• ปัญหาไวร์เมชกระดกคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร?
• วิธีแก้ไขไวร์เมชกระดก ปรับตะแกรงไวร์เมชให้เรียบก่อนติดตั้ง
• ผลลัพธ์หลังจากแก้ไขไวร์เมชกระดก
• คำแนะนำเพิ่มเติมในการติดตั้งไวร์เมช
• สรุปและข้อเสนอแนะ ปัญหาไวร์เมชกระดกคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร? ไวร์เมชกระดก เป็นปัญหาที่เกิดจากตะแกรงไวร์เมชแบบม้วน ที่ถูกเก็บไว้ในลักษณะโค้ง
เมื่อคลี่ออกอาจไม่แนบสนิทกับพื้น ส่งผลให้โครงสร้างคอนกรีตไม่แข็งแรง
ดังนั้นการแก้ไขให้ตะแกรงเรียบก่อนติดตั้งจึงเป็นสิ่งสำคัญ ทำไมไวร์เมชกระดก? สาเหตุและผลกระทบที่ต้องรู้ สาเหตุของปัญหาไวร์เมชกระดก • ถูกม้วนเก็บเป็นเวลานาน ทำให้เกิดแรงดึงโค้ง • กางออกผิดวิธี ทำให้ตะแกรงไวร์เมชไม่คืนตัว • การตัดแต่งไม่ถูกต้อง ทำให้ตะแกรงโก่งตัว ไวร์เมชกระดกส่งผลเสียต่อโครงสร้างอย่างไร • โครงสร้างคอนกรีตไม่แข็งแรง • เทคอนกรีตแล้วเกิดช่องว่างใต้ตะแกรงไวร์เมช • อาจทำให้เกิดรอยแตกร้าวในระยะยาว ทำไมต้องแก้ไขไวร์เมชให้เรียบก่อนติดตั้ง? ✔ ป้องกันโครงสร้างคอนกรีตอ่อนแอจากช่องว่างใต้ไวร์เมช
✔ ลดความเสี่ยงของรอยแตกร้าวในพื้นคอนกรีต
✔ ช่วยให้ติดตั้งไวร์เมชได้ง่ายขึ้น ประหยัดแรงงานและเวลา วิธีแก้ไขไวร์เมชกระดก ปรับตะแกรงไวร์เมชให้เรียบก่อนติดตั้ง 1. คลี่ไวร์เมชออกจากม้วน (ป้องกันไวร์เมชกระดกโดยการกางตะแกรงให้ถูกวิธี) • ใช้เครื่องมือง้างหรือคลายเหล็กที่ผูกม้วนไวร์เมชออก • ค่อยๆ ดึงตะแกรงให้คลี่ตัวออกเป็นแผ่น   2. กางไวร์เมชออกโดยให้ด้านโค้งอยู่ด้านล่าง (แบบคว่ำ) • การคว่ำด้านโค้งลงจะช่วยให้ไวร์เมชคืนรูปเร็วขึ้น • วางไวร์เมชบนพื้นเรียบเพื่อช่วยลดความโค้ง   3. ตัด ไวร์เมช ตามขนาดที่ต้องการ • ใช้เครื่องมือตัด ไวร์เมช เช่น กรรไกรตัดเหล็ก หรือ ลูกหมู • วัดขนาด ไวร์เมช ให้พอดีกับพื้นที่ติดตั้ง   4. ปรับระดับพื้นผิวของตะแกรงไวร์เมช • ใช้เสียมหรือจอบ กดลงบริเวณ ไวร์เมช ที่ยังโค้งงอ
(กดให้แนบสนิทกับพื้นเพื่อลดการเด้งตัว) • ย้าย ไวร์เมช ไปบริเวณที่ต้องการติดตั้ง
(ยกไวร์เมชโดยการดึงให้ตึง และอยู่ในระดับสูงเหนือพื้น)   5. ล็อคตะแกรง ไวร์เมช ไม่ให้งอหรือเด้ง 5.1) ใช้เหล็กดัดให้เป็นรูปทรงเกือกม้า   5.2) คล้องเหล็กเกือกม้าไปที่ตะแกรง ไวร์เมช ในจุดที่ยังมีการโก่งตัว   5.3) ใช้ค้อนตอกเหล็กเกือกม้าให้แน่น เพื่อยึด ไวร์เมช ให้อยู่ในตำแหน่งที่มั่นคง ผลลัพธ์หลังจากแก้ไขไวร์เมชกระดก ✅ ไวร์เมชเรียบและแนบสนิทกับพื้น ช่วยให้เทคอนกรีตได้ง่ายขึ้น ✅ ลดความเสี่ยงในการเกิดรอยแตกร้าว เนื่องจากโครงสร้างมีความแข็งแรงและกระจายน้ำหนักได้ดี ✅ เพิ่มความสะดวกในการติดตั้ง ช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 💙 หากคุณกำลังมองหาตะแกรงไวร์เมชคุณภาพสูง ที่ได้มาตรฐาน มอก. เลือก WMI Group         คำแนะนำเพิ่มเติมในการติดตั้งไวร์เมช • ควรเลือก ไวร์เมชมาตรฐาน มอก. เพื่อความแข็งแรงของโครงสร้าง • หลีกเลี่ยงการตัดไวร์เมชผิดขนาด ควรวัดพื้นที่ให้พอดีก่อน • หากต้องใช้ไวร์เมชหลายแผ่น ให้ซ้อนทับกันอย่างน้อย 20-30 ซม. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการติดตั้งไวร์เมช ❌ วางไวร์เมชโดยไม่ปรับให้เรียบก่อน
❌ ใช้ไวร์เมชผิดขนาด ทำให้การเสริมแรงไม่เต็มประสิทธิภาพ
❌ ลืมล็อคไวร์เมช ทำให้เด้งตัวระหว่างเทคอนกรีต สรุป การแก้ไขไวร์เมชกระดกช่วยให้งานก่อสร้างแข็งแรงขึ้น ✅ การแก้ไขไวร์เมชแบบม้วนไม่ให้กระดก เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนการเทคอนกรีต
เพราะช่วยให้โครงสร้างแข็งแรง ลดปัญหาการแตกร้าว และทำให้การติดตั้งสะดวกขึ้น ✅ การเลือกใช้ตะแกรงไวร์เมชแบบแผงแทนแบบม้วนสามารถช่วยลดปัญหาไวร์เมชกระดกได้
เนื่องจากแบบแผงมีลักษณะเรียบอยู่แล้ว และไม่ต้องเสียเวลาปรับให้แนบสนิทกับพื้น
ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการติดตั้งและลดต้นทุนแรงงาน”   ไวร์เมชเรียบแล้วดียังไง ✅ เทคอนกรีตได้ง่ายขึ้น ✅ ลดปัญหารอยแตกร้าวของโครงสร้าง ✅ ติดตั้งไวร์เมชได้ง่ายและรวดเร็ว หากต้องการตะแกรงไวร์เมชคุณภาพมาตรฐาน เลือก WMI Wire Mesh เพื่อความมั่นใจในทุกงานก่อสร้าง • โรงงานผลิตตะแกรงไวร์เมชมาตรฐาน มอก. 737-2549 • มีไวร์เมชให้เลือกทั้งแบบแผงและแบบม้วน พร้อมบริการจัดส่งทั่วประเทศ 📞 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อได้ที่   🌐 ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่: WMI Group 💙 ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ Youtube ช่อง แคะแซะแงะ ขนาดตะแกรงไวร์เมชแบบม้วน ของ WMI Group • ขนาดสั่งผลิต ความกว้าง 2-4 เมตร ความยาว 30-50 เมตร
• ขนาดมาตรฐาน 2×50 เมตร ⭐ WMI ตะแกรงเหล็ก
เป็นตะแกรงเหล็กเสริมแรงคอนกรีต ที่ผลิตจากลวดเหล็กรีดเย็นคุณภาพสูง (COLD DRAWN STEEL)
ใช้แทนการผูกเหล็กธรรมดา มีคุณสมบัติของเหล็กดังนี้
• แรงดึงประลัย (TENSILE STRENGTH) 6,230 Kg / cm²
• กำลังคลาก (YIELD STRENGTH) 5,500 Kg / cm² ⭐ มาตรฐาน มอก 737-2549 WMI ตะแกรงเหล็ก ผลิตจากลวดเหล็กรีดเย็นคุณภาพสูง
นำมาเชื่อมเป็นตะแกรงด้วยระบบความต้านทานไฟฟ้า ( Electrical Resistance Welding)
โดยเครื่องจักรอัตรโนมัติที่มีความละเอียดสูง มีการควบคุมคุณภาพในระหว่างกระบวนการผลิต ทำให้คุณภาพของตะแกรงเหล็กเป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. 737-2531   ⭐ เหล็กเต็ม 100% ทุกเส้น ด้วยความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า และความตระหนักดีถึงคุณภาพของเหล็กที่ส่งผลต่อความแข็งแรงของงานก่อสร้าง
ในทุกขั้นตอนการผลิตมีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ
ทำให้คุณภาพ WMI ตะแกรงเหล็กที่ส่งมอบให้ลูกค้า เต็มขนาด100% ทุกเส้น
สามารถตรวจสอบขนาด หรือชั่งน้ำหนักได้เที่ยงตรงตามมาตรฐาน  
22 มีนาคม 2025

ไวร์เมชคืออะไร? ทำไมงานก่อสร้างต้องใช้ตะแกรงเหล็กไวร์เมช

ไวร์เมชคืออะไร? ทำไมงานก่อสร้างต้องใช้ตะแกรงเหล็กไวร์เมช ไวร์เมช (Wire Mesh) หรือตะแกรงเหล็กเส้น เป็นวัสดุที่หลายคนคุ้นเคยในงานก่อสร้าง ไวร์เมช หรือ ตะแกรงเหล็กไวร์เมช เป็นวัสดุเสริมแรงคอนกรีตที่ผลิตจาก ลวดเหล็กรีดเย็นคุณภาพสูง (Cold Drawn Steel)
ผ่านกระบวนการเชื่อมติดด้วยเครื่องจักรอัตโนมัติที่มีความแม่นยำสูง
ทำให้จุดตัดของลวดเหล็กหลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกัน เพิ่มความแข็งแรงและทนทาน
วัสดุนี้สามารถลดเวลา แรงงาน และต้นทุนในงานก่อสร้างได้มากกว่า 80% ไวร์เมชคืออะไร หน้าที่สำคัญของไวร์เมชในงานก่อสร้าง สรุป และข้อเสนอแนะ ไวร์เมช (Wire Mesh) คืออะไร? ไวร์เมช (WireMesh) คือตะแกรงเหล็กเส้นสำเร็จรูปที่ใช้แทนการผูกเหล็กธรรมดา
ผลิตจากลวดเหล็กรีดเย็น (Cold Drawn Steel Wire) ผ่านกระบวนการเชื่อมอาร์กด้วยไฟฟ้า
ทำให้ทุกจุดตัดหลอมเป็นเนื้อเดียวกัน เพิ่มความแข็งแรงและทนทาน
เหมาะสำหรับงานก่อสร้างที่ต้องการเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างคอนกรีต เช่น พื้นถนน อาคาร และงานก่อสร้างอื่นๆ ตะแกรงไวร์เมชมีให้เลือกทั้งแบบม้วนและแบบแผ่น โดยขนาดของเส้นลวดมีตั้งแต่ 2 – 12 มิลลิเมตร
ซึ่งช่วยให้สะดวกต่อการใช้งานและลดเวลาการติดตั้งเมื่อเทียบกับการผูกเหล็กเสริมด้วยมือแบบดั้งเดิม
มีความแม่นยำและสม่ำเสมอในระยะห่างของตะแกรง สามารถผลิตเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า คุณสมบัติเด่นของเหล็กไวร์เมช ✔ มีความยืดหยุ่นและแข็งแรง
✔ สามารถรับแรงดึง แรงอัด และน้ำหนักได้ดี
✔ ช่วยลดโอกาสที่คอนกรีตจะแตกร้าว
✔ เสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างโดยรวม ไวร์เมช จึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์งานก่อสร้างยุคใหม่ที่ต้องการความรวดเร็วและคุณภาพสูง
เหมาะสำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ไวร์เมช (Wire Mesh) เป็นวัสดุที่ขาดไม่ได้
โดยเฉพาะในงานเทพื้นคอนกรีตและโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรง ทนทาน
แต่คุณรู้หรือไม่ว่าไวร์เมชมีหน้าที่มากกว่าการเสริมแรงให้คอนกรีต?
มาดูกันว่าไวร์เมชมีบทบาทสำคัญอย่างไรในงานก่อสร้าง หน้าที่ของไวร์เมชในงานก่อสร้าง 1. ช่วยให้คอนกรีตเกาะตัวกันได้ดีขึ้น ตะแกรงไวร์เมชช่วยเสริมแรงให้กับคอนกรีต ลดโอกาสที่พื้นหรือผนังคอนกรีตจะแตกหรือแตกร้าวง่าย
ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานของโครงสร้างและทำให้พื้นอาคารมีความแข็งแรงมากขึ้น 2. เพิ่มความหนาแน่นและรับแรงกระแทกได้ดี ไวร์เมชทำให้คอนกรีตมีความแน่นขึ้น สามารถรับแรงกดและแรงกระแทกได้ดี
ลดปัญหาการแตกร้าวของพื้นคอนกรีตเมื่อเจอแรงกระแทกหรือแรงสั่นสะเทือนจากการใช้งาน   3. ช่วยให้คอนกรีตกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ เมื่อใช้ตะแกรงไวร์เมชร่วมกับคอนกรีต จะช่วยให้เนื้อคอนกรีตกระจายตัวได้ดีทั่วพื้นผิว
ทำให้พื้นมีความเรียบเสมอ สวยงาม และช่วยลดการเกิดโพรงอากาศในคอนกรีต 4. ลดระยะเวลาทำงานก่อสร้าง ไวร์เมชถูกผลิตสำเร็จรูปจากโรงงาน สามารถนำไปติดตั้งได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาผูกเหล็กเส้นทีละเส้น
จึงช่วยให้กระบวนการก่อสร้างเร็วขึ้น ลดค่าแรง และทำให้งานเสร็จไวขึ้น เลือกไวร์เมชคุณภาพ ต้องมาตรฐาน มอก. เท่านั้น! หากคุณต้องการไวร์เมชที่แข็งแรง ทนทาน และได้มาตรฐาน ต้องเลือกไวร์เมชที่ผ่านมาตรฐาน มอก.
ซึ่งมีคุณสมบัติที่รับรองว่าปลอดภัยและมีคุณภาพสูง เหมาะสำหรับทุกโครงการก่อสร้าง สรุป ทำไมไวร์เมชถึงจำเป็นในงานก่อสร้าง? ✔ เพิ่มความแข็งแรงให้คอนกรีต ลดการแตกร้าว
✔ รองรับแรงกระแทก ทำให้พื้นแน่น แข็งแรง
✔ ทำให้พื้นเรียบสวย ลดปัญหาคอนกรีตไม่สม่ำเสมอ
✔ ช่วยให้การก่อสร้างเสร็จเร็ว ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย ต้องการไวร์เมชคุณภาพสูง ติดต่อ WMI Group ได้เลย! WMI Group เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไวร์เมชมาตรฐาน มอก.
พร้อมบริการจัดส่งทั่วประเทศ | รับประกันคุณภาพเหล็กทุกเส้น         🌐 ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่: WMI Group ⭐ WMI ตะแกรงเหล็ก
เป็นตะแกรงเหล็กเสริมแรงคอนกรีต ที่ผลิตจากลวดเหล็กรีดเย็นคุณภาพสูง (COLD DRAWN STEEL)
ใช้แทนการผูกเหล็กธรรมดา มีคุณสมบัติของเหล็กดังนี้
• แรงดึงประลัย (TENSILE STRENGTH) 6,230 Kg / cm²
• กำลังคลาก (YIELD STRENGTH) 5,500 Kg / cm² ⭐ มาตรฐาน มอก 737-2549 WMI ตะแกรงเหล็ก ผลิตจากลวดเหล็กรีดเย็นคุณภาพสูง
นำมาเชื่อมเป็นตะแกรงด้วยระบบความต้านทานไฟฟ้า ( Electrical Resistance Welding)
โดยเครื่องจักรอัตรโนมัติที่มีความละเอียดสูง มีการควบคุมคุณภาพในระหว่างกระบวนการผลิต ทำให้คุณภาพของตะแกรงเหล็กเป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. 737-2531   ⭐ เหล็กเต็ม 100% ทุกเส้น ด้วยความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า และความตระหนักดีถึงคุณภาพของเหล็กที่ส่งผลต่อความแข็งแรงของงานก่อสร้าง
ในทุกขั้นตอนการผลิตมีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ
ทำให้คุณภาพ WMI ตะแกรงเหล็กที่ส่งมอบให้ลูกค้า เต็มขนาด100% ทุกเส้น
สามารถตรวจสอบขนาด หรือชั่งน้ำหนักได้เที่ยงตรงตามมาตรฐาน  
27 มีนาคม 2025

ตะแกรงไวร์เมชคืออะไร? มือใหม่อ่านจบ เลือกซื้อได้เลย

ตะแกรงไวร์เมช คืออะไร? มือใหม่อ่านจบ เลือกซื้อได้เลย ตะแกรงไวร์เมช คืออะไร? หากคุณกำลังมองหาวัสดุก่อสร้างที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับงานคอนกรีต
ไวร์เมช เป็นตัวเลือกที่ขาดไม่ได้ ไวร์เมชช่วยให้โครงสร้างทนทาน
และลดปัญหาการแตกร้าวในการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็น อาคาร บ้านพัก ถนน หรือโรงงาน
โครงสร้างที่แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงตั้งแต่ต้น
หากเลือกวัสดุก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจส่งผลให้โครงสร้างรับน้ำหนักได้น้อย เสี่ยงต่อการแตกร้าว หรือทรุดตัวในอนาคต
ซึ่งหนึ่งในวัสดุที่ขาดไม่ได้ในงานคอนกรีตเสริมเหล็กก็คือ ตะแกรงเหล็กไวร์เมช   ตะแกรงไวร์เมช (Wire Mesh) คืออะไร? ตะแกรงไวร์เมช (Wire Mesh) หรือที่หลายคนอาจเรียกกันว่า ไวร์เมท, ไวเมท หรือไวเมต
เป็น ตะแกรงเหล็กสำเร็จรูป ที่ถูกเชื่อมติดกันเป็นผืน มีลักษณะเป็นตารางสี่เหลี่ยม
โดยผลิตจาก ลวดเหล็กรีดเย็น (Cold Drawn Steel Wire) ทำให้มีความแข็งแรงสูง
สามารถรองรับน้ำหนักได้ดี และช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับงานคอนกรีต และทำให้งานก่อสร้างเสร็จไวขึ้น ไวร์เมชดีอย่างไร? ✅ แข็งแรง ทนทาน รองรับน้ำหนักได้ดี
✅ ลดการแตกร้าวของคอนกรีต
✅ ประหยัดเวลาในการติดตั้งกว่าการผูกเหล็กธรรมดา
✅ ลดต้นทุนค่าแรงงาน เพราะติดตั้งง่าย 👉 อ่านเพิ่มเติม: ไวร์เมชคืออะไร? ทำไมต้องใช้ไวร์เมช?   ตะแกรงเหล็กไวร์เมชมีขนาดอะไรบ้าง? หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยคือ ควรใช้ไวร์เมชขนาดเท่าไหร่?
ซึ่งในท้องตลาดไวร์เมชมีให้เลือกหลากหลายขนาด ตั้งแต่ ไวร์เมช 2.8 มม. ไปจนถึง ไวร์เมช 12 มม.
ขึ้นอยู่กับประเภทของงานก่อสร้างที่ต้องการใช้งาน ตัวอย่างขนาดตะแกรงไวร์เมชที่นิยมใช้: 🔹ไวร์เมช 4 มม. สำหรับงานพื้นบ้านพักอาศัย
🔹ไวร์เมช 6 มม. สำหรับงานถนนคอนกรีต
🔹ไวร์เมช 9 มม. สำหรับงานพื้นโรงงานที่ต้องรับน้ำหนักมาก 👉 ดูตารางขนาดตะแกรงไวร์เมชทั้งหมดได้ที่นี่: ควรใช้ไวร์เมชขนาดเท่าไหร่? ประเภทของตะแกรงไวร์เมช และการเลือกใช้งานให้เหมาะสม ตะแกรงไวร์เมชเป็นวัสดุก่อสร้างที่ได้รับความนิยม เนื่องจากช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างคอนกรีต ลดระยะเวลาในการทำงาน และช่วยควบคุมคุณภาพของงานก่อสร้างให้เป็นมาตรฐาน โดย ตะแกรงไวร์เมช สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ตะแกรงไวร์เมชแบบแผ่น และ ตะแกรงไวร์เมชแบบม้วน ซึ่งแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้ 1. ตะแกรงไวร์เมชแบบแผ่น ตะแกรงไวร์เมชแบบแผ่นเป็นแบบที่มีความแข็งแรงสูง เพราะใช้ลวดเหล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดใหญ่กว่า 6 มิลลิเมตรขึ้นไป
จึงสามารถรองรับน้ำหนักและแรงกดได้ดี เหมาะสำหรับงานก่อสร้างที่ต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษ เช่น • ลานจอดรถ ภายในห้างสรรพสินค้าและอาคารสำนักงาน • ลานสนามบิน ที่ต้องรับน้ำหนักของเครื่องบิน • ถนนและทางเดินรถ ที่มีการสัญจรของยานพาหนะหนัก • โกดังสินค้าและโรงงานอุตสาหกรรม ที่ต้องการฐานรากที่มั่นคง • รางรถไฟฟ้า ที่ต้องรองรับแรงสั่นสะเทือน ตะแกรงไวร์เมชแบบแผ่นมักถูกเลือกใช้งานเนื่องจากสามารถติดตั้งได้ง่าย ช่วยลดระยะเวลาในการทำงาน
และให้ความแข็งแรงที่เหนือกว่าตะแกรงไวร์เมชแบบม้วน 2. ตะแกรงไวร์เมชแบบม้วน ตะแกรงไวร์เมชแบบม้วนมีความยืดหยุ่นสูงกว่าและสามารถม้วนเก็บได้ง่าย จึงสะดวกต่อการขนส่งและติดตั้ง โดยทั่วไปผลิตจากลวดเหล็กที่มีขนาดเริ่มต้นตั้งแต่ 4 มิลลิเมตรขึ้นไป เหมาะสำหรับงานก่อสร้างที่ไม่ได้รับน้ำหนักมาก เช่น • งานเทพื้นบ้านเรือนทั่วไป เช่น พื้นห้องนั่งเล่น พื้นห้องครัว หรือพื้นที่ที่ไม่ได้รองรับน้ำหนักสูง • พื้นทางเดินในสวน หรือพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน • งานปรับปรุงต่อเติมขนาดเล็ก ที่ต้องการเสริมโครงสร้างคอนกรีต • ตะแกรงไวร์เมชแบบม้วนช่วยลดปัญหาการขนส่งและจัดเก็บ
เพราะสามารถม้วนให้มีขนาดกะทัดรัด ประหยัดพื้นที่ และสะดวกต่อการใช้งานในไซต์ก่อสร้าง เลือกตะแกรงไวร์เมชให้เหมาะกับงานก่อสร้าง หากเป็นงานโครงสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องการความแข็งแรงแนะนำให้เลือกใช้ตะแกรงไวร์เมชแบบแผ่น หากเป็นงานก่อสร้างทั่วไปที่ไม่ได้รับน้ำหนักมาก แนะนำให้เลือกใช้ตะแกรงไวร์เมชแบบม้วน 👉 ดูข้อมูลเพิ่มเติม: ตะแกรงไวร์เมชแบบม้วน, ตะแกรงไวร์เมชแบบแผ่น   คำนวณจำนวนตะแกรงไวร์เมชที่ต้องใช้ยังไง? ในการใช้ ตะแกรงไวร์เมช เพื่อเทคอนกรีต
หนึ่งในขั้นตอนสำคัญคือ การคำนวณปริมาณไวร์เมชที่ต้องใช้ ให้เหมาะสมกับพื้นที่จริง
เพื่อให้ประหยัดต้นทุนและลดการสูญเสียวัสดุ
สิ่งสำคัญคือต้องคำนวณปริมาณที่ใช้ให้เหมาะสม เช่น หากต้องเทพื้นคอนกรีตบ้าน โรงจอดรถ หรือถนน
ต้องรู้ว่า ตะแกรงไวร์เมชแต่ละขนาดครอบคลุมพื้นที่ได้เท่าไหร่ และ ใช้กี่แผ่น เพื่อคุมงบประมาณและลดของเสีย สูตรคำนวณตะแกรงเหล็กไวร์เมชเบื้องต้น: 📌 วิธีคำนวณไวร์เมชง่ายๆ
1. วัดพื้นที่ที่ต้องการใช้ (กว้าง × ยาว)
2. เลือกขนาดตะแกรงที่เหมาะสม
3. ใช้สูตรคำนวณปริมาณไวร์เมช สูตรคำนวณหาจำนวนตะแกรงเหล็กไวร์เมช: พื้นที่หน้างาน (ตร.ม.) ÷ ขนาดไวร์เมช (ตร.ม.) = จำนวนที่ต้องใช้ 📝 ตัวอย่างที่ 1: • ต้องเทพื้นโรงจอดรถ ขนาด 10 × 25 ม. = 250 ตร.ม.
• เลือกไวร์เมชแบบม้วน ขนาด 2 × 25 ม. (50 ตร.ม./ม้วน)
👷 ต้องใช้ไวร์เมช 250 ÷ 50 = 5 ม้วน 📝 ตัวอย่างที่ 2: • ต้องเทพื้นบ้าน ขนาด 5 × 10 ม. = 50 ตร.ม.
• เลือกไวร์เมชแบบม้วน ขนาด 2 × 25 ม. (50 ตร.ม./ม้วน)
👷 ต้องใช้ไวร์เมช 50 ÷ 50 = 1 ม้วน 👉 ดูสูตรคำนวณตะแกรงเหล็กไวร์เมชทั้งหมดได้ที่นี่: ต้องใช้ไวร์เมชเท่าไหร่?   วิธีเลือกซื้อตะแกรงไวร์เมชให้ได้ของดี คุ้มค่า การเลือกซื้อตะแกรงไวร์เมชไม่ใช่แค่ดูราคาถูกที่สุด แต่ต้องคำนึงถึงคุณภาพของวัสดุ และมาตรฐานที่ได้รับการรับรอง
เช่น ไวร์เมช มอก. ซึ่งเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมที่ช่วยให้มั่นใจว่าไวร์เมชมีความแข็งแรงและปลอดภัยสำหรับงานก่อสร้าง เคล็บลับการเลือกไวร์เมชให้ได้ของดี ✔ เลือกไวร์เมชที่ผ่านมาตรฐาน มอก. เพื่อความแข็งแรงและปลอดภัย ✔ เลือกลวดเหล็กรีดเย็นแท้ เพื่อให้ทนทานและรับแรงดึงได้ดี ✔ ตรวจสอบรอยเชื่อมของตะแกรง ควรมีการเชื่อมต่อแน่น ไม่หลุดง่าย ✔ เลือกขนาดให้ เหมาะกับงานที่ต้องใช้
เช่น ไวร์เมช 4 มม. เหมาะสำหรับพื้นบ้านพักอาศัย
แต่ ไวร์เมช 6 มม. อาจเหมาะสำหรับงานที่รับน้ำหนักมากกว่า ✔ ตรวจสอบ เหล็กใหม่ ไม่เป็นสนิม 👉 เช็คลิสต์เลือกซื้อไวร์เมชให้คุ้มค่า: วิธีเลือกซื้อไวร์เมชให้ได้ของดี คุ้มค่า 💙 หากคุณกำลังมองหาตะแกรงไวร์เมชคุณภาพสูง ที่ได้มาตรฐาน มอก. เลือก WMI Group        
3 พฤษภาคม 2025

ขนาดไวร์เมช Smart Guide | ระบบแนะนำไวร์เมชอัตโนมัติ

ขนาดไวร์เมช WMI – ตะแกรงเหล็กมาตรฐาน มอก. แข็งแรง ไม่ลดสเปก ไวร์เมช WMI คือ ตะแกรงเหล็กเสริมคอนกรีต ที่ได้รับความนิยมในงานก่อสร้างทุกประเภท เช่น ถนน พื้นโรงงาน บ้านพักอาศัย และโครงสร้างคอนกรีตขนาดใหญ่
ด้วยคุณสมบัติของเหล็กเต็มเส้น ผลิตจาก ลวดเหล็กเต็มเส้นคุณภาพสูง มาตรฐาน มอก. 737-2531
ทำให้ไวร์เมช WMI แข็งแรง รับแรงดึงได้มากกว่าเหล็กเส้นทั่วไปถึง 2 เท่า และลดการเสียรูปของโครงสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเลือกใช้ไวร์เมช WMI ช่วยให้การติดตั้งรวดเร็ว ประหยัดเวลา และเพิ่มความปลอดภัยให้กับโครงสร้าง ลดเวลาการผูกเหล็กแบบเดิม และประหยัดต้นทุนวัสดุก่อสร้างได้สูงสุดถึง 30% ขนาดของตะแกรงเหล็กไวร์เมช ขนาดของตะแกรงเหล็กไวร์เมชมีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับการใช้งาน โดยทั่วไปจะพิจารณาจาก ● ขนาดเส้นลวด (Diameter): ตั้งแต่ 2.8 มม. ถึง 12 มม.
● ระยะห่างระหว่างตา (Mesh Size): ตั้งแต่ 10×10 ซม. ถึง 30×30 ซม.
● รูปแบบ: ทั้งแบบม้วน (Wire Mesh Roll) และ แบบแผง (Wire Mesh Sheet) เลือกประเภทงานก่อสร้างของคุณ 🛠️ — กรุณาเลือกงานก่อสร้าง —🏠 พื้นบ้าน / ห้องน้ำ / โรงรถ🏢 โกดัง / ห้าง / ถนนทั่วไป✈️ สนามบิน / โรงงานหนัก / เขื่อน
ประโยชน์ของการเลือกขนาดไวร์เมชที่เหมาะสม การเลือกขนาดไวร์เมชที่เหมาะสมกับงานก่อสร้างมีความสำคัญ เนื่องจาก: ● เพิ่มความแข็งแรง: ช่วยเสริมแรงให้กับคอนกรีต ลดการแตกร้าว
● ประหยัดเวลา: ลดขั้นตอนการผูกเหล็กด้วยมือ
● ประหยัดต้นทุน: ลดการสูญเสียวัสดุและค่าแรงงาน
● ยืดอายุการใช้งาน: โครงสร้างมีความทนทานและปลอดภัยมากขึ้น คุณสมบัติเด่นของตะแกรงเหล็ก ไวร์เมช WMI • เพิ่มความแข็งแรง: รับแรงดึงสูงกว่าเหล็กเส้นถึง 2 เท่า
• ไวร์เมชมาตรฐาน มอก. ผลิตภายใต้มาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. 737-2549
• ติดตั้งง่ายและรวดเร็ว: ลดเวลาและต้นทุนในการก่อสร้าง   การใช้งานตะแกรงเหล็ก ไวร์เมช WMI ในงานก่อสร้าง • เสริมแรงโครงสร้างคอนกรีต งานเทพื้น ถนนคอนกรีต พื้นโรงงาน ฯลฯ
• ลดเวลาในการผูกเหล็กแบบเดิม ไม่ต้องผูกเหล็กทีละเส้น
• เหมาะสำหรับงานทุกขนาด ตั้งแต่บ้านพักอาศัยไปจนถึงโครงการขนาดใหญ่   เหตุผลที่ควรเลือก ไวร์เมช WMI สำหรับโครงสร้างคอนกรีต • ประหยัดต้นทุน: ลดค่าใช้จ่ายวัสดุก่อสร้างได้ถึง 30%
• สะดวกและยืดหยุ่น: ผลิตตามสเปคที่ต้องการ ทั้งขนาดลวด, ระยะห่างตะแกรง, ความกว้าง และ ความยาว
• เพิ่มความรวดเร็ว: ลดเวลาการติดตั้งถึง 90%
• คุณภาพสูง: ขนาดและระยะห่างตะแกรงสม่ำเสมอ ไม่บิดงอง่าย และรับแรงได้สูง   เทคโนโลยีการผลิตตะแกรงเหล็ก ไวร์เมช WMI มาตรฐาน มอก. ไวร์เมช WMI ผลิตจากลวดเหล็กรีดเย็นคุณภาพสูง
ด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมระบบความต้านทานไฟฟ้า (Electrical Resistance Welding)
ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการก่อสร้างและทดแทนการผูกเหล็กแบบดั้งเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ   ข้อดีของการใช้ตะแกรงเหล็ก ไวร์เมช WMI • เสริมแรงคอนกรีตได้ดี: เพิ่มความแข็งแรงให้โครงสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
• ติดตั้งรวดเร็ว: ลดเวลาการติดตั้งได้อย่างมาก ลดต้นทุนและค่าแรง
• ลดการสูญเสียจากการตัดเหล็ก: เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้วัสดุ
• ไวร์เมชมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก.
เพื่อรับรองคุณภาพและความปลอดภัยของวัสดุในทุกๆ ขั้นตอนการผลิต 💙 หากคุณกำลังมองหาตะแกรงไวร์เมชคุณภาพสูง ที่ได้มาตรฐาน มอก. เลือก WMI Group
ติดต่อเราเพื่อขอใบเสนอราคาและคำปรึกษาเกี่ยวกับการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เหมาะสมสำหรับโครงการของคุณ
        ไวร์เมชแบบม้วน ไวร์เมชแบบแผง
8 พฤษภาคม 2025

ไวร์เมช WMI | คำถามที่พบบ่อย

ไวร์เมชราคา | คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสั่งซื้อไวร์เมช WMI “กำลังมองหา ไวร์เมช ราคา ที่ชัดเจนและโปร่งใสอยู่ใช่ไหมคะ?
บทความนี้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยจากลูกค้าจริงของ WMI Group ไม่ว่าจะเป็น
ขั้นต่ำในการสั่งซื้อ การจัดส่ง ขนาดที่มี และตัวอย่างราคาจริง พร้อมคำตอบที่ชัดเจน เข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้เร็วขึ้น”   Q1: 🧾 หากต้องการ ใบเสนอราคา ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง? 💡Answer:
เพื่อให้เราเสนอราคาได้ตรงตามที่ต้องการ ขอข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้นะคะ:
• ชื่อบริษัท / ชื่อผู้ติดต่อ
• เบอร์โทร
• ขนาดลวด
• ระยะห่างตะแกรง
• ขนาด กว้าง×ยาว
• จำนวนที่ใช้งาน
• สถานที่จัดส่ง/หน้างาน
หากไม่แน่ใจเรื่องขนาดหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถสอบถามแอดมินได้เลยค่ะ Q2: 📦 ปริมาณขั้นต่ำในการผลิต และสั่งซื้ออยู่ที่เท่าไหร่? 💡Answer:
• 9 มม. @20 – ขั้นต่ำ 1,500 ตร.ม.
• 6 มม. @20 – ขั้นต่ำ 2,500 ตร.ม.
• 4 มม. @20 – ขั้นต่ำ 3,000 ตร.ม. Q3:💸 ไวร์เมชราคากี่บาท 💡Answer: ราคาของไวร์เมชขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย
เช่น ขนาดของลวด, ระยะห่างของตา, ปริมาณที่ใช้งาน และระยะทางในการจัดส่ง
หากลูกค้าสามารถส่งรายละเอียดเบื้องต้นมาให้ ทางเราจะรีบดำเนินการเสนอราคาให้โดยเร็วที่สุดค่ะ Q4: 📏 มีขนาดไวร์เมชให้เลือกใช้งานกี่รูปแบบ? 💡Answer:
ม้วน (RB)
ม้วน (DB)
แผง (RB)
แผง (DB) เลือกขนาดลวด 2.00 mm 3.00 mm 4.00 mm 6.00 mm ระยะห่าง 10×10 cm 15×15 cm 20×20 cm 25×25 cm 30×30 cm ความกว้าง 2.0 m 2.5 m 3.0 m 3.5 m ความยาว 25 m 30 m 35 m 40 m 45 m 50 m 📩 ส่งข้อมูลไปที่ LINE เลือกขนาดลวด 4.00 mm 6.00 mm ระยะห่าง 10×10 cm 15×15 cm 20×20 cm 25×25 cm 30×30 cm ความกว้าง 2.0 m 2.5 m 3.0 m 3.5 m ความยาว 25 m 30 m 35 m 40 m 45 m 50 m 📩 ส่งข้อมูลไปที่ LINE เลือกขนาดลวด 4.00 mm 6.00 mm 8.00 mm 9.00 mm 12.00 mm ระยะห่าง 10×10 cm 15×15 cm 20×20 cm 25×25 cm 30×30 cm ความกว้าง 2.0 m 2.5 m 3.0 m 3.5 m ความยาว 5.0 m 6.0 m 7.0 m 📩 ส่งข้อมูลไปที่ LINE เลือกขนาดลวด 4.00 mm 6.00 mm 8.00 mm 9.00 mm 12.00 mm ระยะห่าง 10×10 cm 15×15 cm 20×20 cm 25×25 cm 30×30 cm ความกว้าง 2.0 m 2.5 m 3.0 m 3.5 m ความยาว 5.0 m 6.0 m 7.0 m 📩 ส่งข้อมูลไปที่ LINE
หากต้องการขนาดพิเศษเพิ่มเติม สามารถสอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยค่ะ
29 พฤษภาคม 2025

ใบเสนอราคา



— กรุณาเลือกรูปแบบไวร์เมช —แบบม้วน (ลวดกลม)แบบม้วน (ข้ออ้อย)แบบแผง (ลวดกลม)แบบแผง (ข้ออ้อย) — กรุณาเลือกขนาดลวด — — กรุณาเลือกระยะห่างตะแกรง —10×10 cm15×15 cm20×20 cm25×25 cm30×30 cm10×30 cmขนาดอื่นๆ — กรุณาเลือกความกว้าง —2 m2.5 m3 m3.5 mขนาดอื่นๆ — กรุณาเลือกความยาว —


จำนวนที่ใช้งาน:

แผงม้วนตารางเมตร

จำนวนตารางเมตร (คำนวนอัตโนมัติ):



จังหวัดปลายทาง:

— กรุณาเลือกจังหวัด —กรุงเทพมหานครกระบี่กาญจนบุรีกาฬสินธุ์กำแพงเพชรขอนแก่นจันทบุรีฉะเชิงเทราชลบุรีชัยนาทชัยภูมิชุมพรเชียงรายเชียงใหม่ตรังตราดตากนครนายกนครปฐมนครพนมนครราชสีมานครศรีธรรมราชนครสวรรค์นนทบุรีนราธิวาสน่านบึงกาฬบุรีรัมย์ปทุมธานีประจวบคีรีขันธ์ปราจีนบุรีปัตตานีพระนครศรีอยุธยาพังงาพัทลุงพิจิตรพิษณุโลกเพชรบุรีเพชรบูรณ์แพร่พะเยาภูเก็ตมหาสารคามมุกดาหารแม่ฮ่องสอนยะลายโสธรร้อยเอ็ดระนองระยองราชบุรีลพบุรีลำปางลำพูนเลยศรีสะเกษสกลนครสงขลาสตูลสมุทรปราการสมุทรสงครามสมุทรสาครสระแก้วสระบุรีสิงห์บุรีสุโขทัยสุพรรณบุรีสุราษฎร์ธานีสุรินทร์หนองคายหนองบัวลำภูอ่างทองอุดรธานีอุทัยธานีอุตรดิตถ์อุบลราชธานีอำนาจเจริญ

💬 ส่งข้อมูลเข้า LINE
10 กรกฎาคม 2025

ไวร์เมชกับเหล็กเส้น | ไวร์เมช WMI ตัวเลือกใหม่ที่ติดตั้งง่าย ประหยัดแรงงาน

ไวร์เมชกับเหล็กเส้น ต่างกันอย่างไร? ใช้อะไรดีกว่าสำหรับงานก่อสร้าง ไวร์เมชกับเหล็กเส้น เป็นวัสดุเสริมคอนกรีตที่นิยมในงานก่อสร้างทั้งขนาดเล็กและใหญ่
แล้ววัสดุแบบไหนเหมาะกับงานของคุณ? มาดูข้อแตกต่าง การใช้งาน และจุดเด่นของแต่ละประเภท
เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกได้อย่างถูกต้อง ในการเลือกวัสดุเสริมแรงสำหรับงานคอนกรีต หนึ่งในคำถามยอดฮิตของผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการคือ
“ไวร์เมชกับเหล็กเส้น แบบไหนดีกว่า?” ทั้งสองวัสดุต่างมีจุดเด่นเฉพาะ และเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน
บทความนี้โดย WMI Group จะพาคุณเปรียบเทียบแบบชัดเจน เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้แม่นยำยิ่งขึ้น 1. เปรียบเทียบกระบวนการผลิตและการติดตั้ง | ไวร์เมชกับเหล็กเส้น ไวร์เมช ● เป็นตะแกรงเหล็กเชื่อมสำเร็จรูป
ผลิตจากลวดเหล็กกล้าเชื่อมด้วยระบบอัตโนมัติ (Fully Automated Welding System)
● ควบคุมระยะห่างของตะแกรงได้อย่างแม่นยำ ลดความผิดพลาดจากแรงงาน
● ติดตั้งเร็วขึ้นถึง 50%
● ลดค่าแรงคนงานกว่า 50% เหล็กเส้น ● เป็นเหล็กแท่ง มีทั้งผิวเรียบ และผิวข้ออ้อย
● ต้องตัด ดัด และผูกมือทุกขั้นตอน
● ใช้แรงงานฝีมือสูง ติดตั้งช้ากว่า
● ต้นทุนแรงงานสูงกว่าไวร์เมชอย่างชัดเจน 2. เปรียบเทียบต้นทุนและประสิทธิภาพ | ไวร์เมชกับเหล็กเส้น ไวร์เมช ● ราคาต่อพื้นที่ต่ำกว่าของเหล็กเส้น
● ใช้วัสดุน้อยกว่า ลดขยะในไซต์งาน
● กระจายแรงดึงได้สม่ำเสมอ ลดการแตกร้าวของพื้นคอนกรีต
● ประหยัดทั้งวัสดุและค่าแรง เหล็กเส้น ● วัสดุและแรงงานมีต้นทุนรวมสูง
● รับแรงเฉพาะจุดได้ดี เหมาะสำหรับคาน เสา และโครงสร้างหลักที่รับน้ำหนักมาก 3. จุดเด่นเฉพาะ ของไวร์เมช WMI เครื่องจักรผลิตแม่นยำระดับอุตสาหกรรม ● ระบบ Fully Automated ช่วยลดข้อผิดพลาดจากแรงงาน
● ควบคุมขนาดลวดและระยะช่องด้วยโปรแกรมอัตโนมัติ
● ลดความคลาดเคลื่อนจากแรงงาน → คุณภาพงานคอนกรีตสม่ำเสมอ วัตถุดิบคุณภาพสูงตามมาตรฐาน ● ผลิตจากเหล็กมาตรฐาน มอก. 747-2531 และ มอก. 943-2533
● ตรวจสอบคุณสมบัติทางกลทุกล็อต (Yield, Elongation, Tensile Strength) ผลิตตามแบบ (Made to Order) ● ลดการตัดทิ้ง ลดเศษเหล็กหน้างาน
● ส่งของตามแบบภายใน 3–5 วัน
● พร้อม ใบรับรอง COA, เอกสารรับรองคุณภาพเหล็ก ใช้ได้กับงานโครงสร้างจริง ● ผ่าน Pull‑Out Test และ Crack Control Test
● รองรับพื้นโรงงาน โกดัง Precast ฐานราก และพื้นโพสต์เทนชั่น รองรับงานราชการ งานอุตสาหกรรม และโครงการใหญ่ ● จัดทำ COA และเอกสารรับรองตาม Spec โครงการ
● มีทีมวิศวกรให้คำปรึกษาด้านเทคนิคครบวงจร ไวร์เมช WMI ไวร์เมช WMI เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์งานก่อสร้างยุคใหม่ ทั้งด้านความเร็ว ลดต้นทุนแรงงาน และคุณภาพการกระจายแรงที่เหนือกว่า ในขณะที่ เหล็กเส้น ยังคงเหมาะกับโครงสร้างหลักที่ต้องการรับน้ำหนักเฉพาะจุด เช่น เสา คาน และโครงสร้างรองรับ ส่วนเหล็กเส้น ยังคงเหมาะกับงานโครงสร้างหลักที่ต้องรับน้ำหนักมากเฉพาะจุด หากคุณกำลังมองหา…
ตะแกรงไวร์เมชคุณภาพสูง ได้มาตรฐาน มอก.
เลือก WMI Group


ประโยชน์ของการใช้ตะแกรงไวร์เมช แทนเหล็กเส้นในงานก่อสร้าง           ในยุคที่ความรวดเร็วและความแม่นยำในการก่อสร้างเป็นเรื่องสำคัญ วัสดุก่อสร้างอย่าง “ตะแกรงไวร์เมช”
หรือ ไวร์เมช แทนเหล็กเส้น จึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในงานพื้น ผนังคอนกรีต และโครงการที่ต้องการความแข็งแรง
พร้อมควบคุมคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
ตะแกรงไวร์เมช คือ ตะแกรงเหล็กที่ผลิตจากลวดเหล็กกล้าคุณภาพสูง
ผ่านกระบวนการเชื่อมด้วยเครื่องจักรระบบอัตโนมัติ (Fully Automated)
ซึ่งช่วยให้สามารถควบคุมขนาด ช่องไฟ และความแข็งแรงได้อย่างแม่นยำ
ลดความคลาดเคลื่อนที่มักเกิดจากแรงงานคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อดีของการใช้ไวร์เมชแทนเหล็กเส้น 1. เพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้าง ตะแกรงไวร์เมชช่วยให้คอนกรีตยึดเกาะกันได้ดีขึ้น ลดโอกาสแตกร้าว หรือแยกตัวของพื้นและผนังคอนกรีต ทำให้โครงสร้างมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น เหมาะสำหรับทั้งงานพื้นโรงงาน พื้นบ้าน หรืออาคารขนาดใหญ่ 2. รับแรงได้ดี กระจายแรงสม่ำเสมอ ไวร์เมชมีคุณสมบัติในการกระจายแรงดึงและแรงกดทับได้อย่างสม่ำเสมอ จึงสามารถรองรับแรงกระแทกได้ดี เหมาะสำหรับงานที่มีการใช้งานหนัก เช่น พื้นโกดัง หรือพื้นถนนคอนกรีต 3. ติดตั้งเร็ว ลดเวลา ลดต้นทุนแรงงาน เนื่องจากไวร์เมชสามารถนำไปติดตั้งได้ทันทีโดยไม่ต้องผูกเหล็กหน้างาน ช่วยลดระยะเวลาการทำงานและประหยัดแรงงานได้ถึง 50% เมื่อนำไปใช้กับโครงการขนาดใหญ่ ประสิทธิภาพจึงเห็นได้ชัดเจน 4. ลดเศษวัสดุและสูญเสียหน้างาน ไวร์เมชสามารถสั่งผลิตตามขนาดที่ต้องการได้ (Made to Order) ทำให้ไม่เกิดเศษวัสดุจากการตัดทิ้งหน้างาน ลดต้นทุนสูญเปล่า และช่วยควบคุมคุณภาพของวัสดุได้ดีขึ้น 5. มาตรฐานสูง เหมาะกับโครงการราชการ ตะแกรงไวร์เมชจาก WMI Group ผลิตตามมาตรฐาน มอก. 747-2531 และ มอก. 943-2533
ผ่านการทดสอบด้านแรงดึง (Pull-Out Test) และ Crack Control Test ใช้ได้กับงานราชการและโครงการที่ต้องมีการตรวจสอบ Spec
11 สิงหาคม 2025

ไวร์เมชใกล้ฉัน | WMI Group ตะแกรงเหล็กคุณภาพจากโรงงานทั่วไทย

ไวร์เมชใกล้ฉัน | WMI Group ตะแกรงเหล็กคุณภาพจากโรงงานทั่วไทย หากคุณกำลังค้นหา “ไวร์เมชใกล้ฉัน” หรือมองหาตะแกรงเหล็กไวร์เมชคุณภาพมาตรฐานสำหรับงานก่อสร้าง
WMI Group คือคำตอบที่คุณวางใจได้ ด้วยเครือข่ายโรงงานผลิต 5 แห่ง ครอบคลุมทั่วประเทศไทย
พร้อมเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย เราคือผู้นำด้านไวร์เมชอันดับต้นๆ ของประเทศ ไวร์เมชคืออะไร? ทำไมจึงสำคัญในงานก่อสร้าง คือตะแกรงเหล็กเสริมคอนกรีต ผลิตจากเหล็กเส้นรีดเย็น (Cold Drawn Steel) เชื่อมติดกันด้วยไฟฟ้าแบบ Electrical Resistance Welding (ERW)
ซึ่งทำให้จุดเชื่อมแน่น แข็งแรง และได้ระยะห่างสม่ำเสมอ เหมาะกับการใช้งานเป็นโครงเสริมแรงใน: ● พื้นบ้าน, ห้องน้ำ, พื้นรอบเสาเข็ม, ลานจอดรถ, โรงรถ
● โกดัง, ห้างสรรพสินค้า, ถนนทั่วไป, พื้นจอดรถบรรทุก
● สนามบิน, เขื่อน, ท่าเรือ, โรงงานอุตสาหกรมมหนัก หากคุณต้องการเลือกไวร์ไวร์ตามประเภทงานก่อสร้างของคุณ คลิก ทำไมต้องเลือกไวร์เมชจาก WMI Group WMI Group ผลิตไวร์เมชที่ผ่านการรับรอง มาตรฐาน มอก. 737-2549 ตะแกรงเหล็กกล้าเชื่อมติดเสริมคอนกรีต
และเครื่องหมาย Made in Thailand (MiT) โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
จุดเด่นของเรา: ● ผลิตด้วยเทคโนโลยี Electrical Resistance Welding (ERW)
● แข็งแรง ทนทาน ระยะห่างระหว่างตะแกรงสม่ำเสมอ
● มีใบรับรองคุณภาพ พร้อมจัดส่ง
● รองรับงานทุกขนาด ตั้งแต่บ้านจนถึงเมกะโปรเจกต์ WMI Group – 5 โรงงานไวร์เมชใกล้คุณ ทั่วไทย ไม่ว่าคุณจะอยู่ภาคไหน เราพร้อมให้บริการไวร์เมช “ใกล้ฉัน” ด้วยโรงงานผลิต 5 สาขา ● นนทบุรี
● นครสวรรค์
● ขอนแก่น
● นครราชสีมา
● ชลบุรี บริการจัดส่งไวร์เมชถึงหน้างานทั่วประเทศ หมดกังวลเรื่องการขนส่ง เรามีบริการขนส่งไวร์เมชถึงไซต์งาน ด้วยรถบรรทุก WMI โดยตรง พร้อมประกันคุณภาพสินค้าถึงมืออย่างปลอดภัย สั่งไวร์เมชกับ WMI ง่ายๆ แค่ คลิก ติดต่อเราเพื่อขอใบเสนอราคา, ปรึกษาเรื่องการใช้ไวร์เมช, หรือเช็คราคาใกล้คุณ ได้ทันที


 
13 สิงหาคม 2025

Electrical Resistance Welding (ERW) – เทคโนโลยีในการผลิตตะแกรงเหล็กไวร์เมช

Electrical Resistance Welding (ERW) คืออะไร Electrical Resistance Welding (ERW) หรือ การเชื่อมด้วยความต้านทานไฟฟ้า
คือกระบวนการเชื่อมโลหะที่ใช้ความร้อนจากกระแสไฟฟ้าเพื่อหลอมโลหะให้เชื่อมติดกัน โดยไม่ต้องใช้ลวดเชื่อมหรือวัสดุเติมเชื่อมเพิ่มเติม (filler material) จึงเป็นเทคโนโลยีที่มีความสะดวก ประหยัด และได้รับความนิยมอย่างมากในอุตสาหกรรมการผลิตโลหะ เช่น การทำ ตะแกรงเหล็กไวร์เมช (Wire Mesh), การผลิตท่อ, และโครงสร้างยานยนต์ กระบวนการทำงานของ Electrical Resistance Welding (ERW) หลักการทำงาน ● กระแสไฟฟ้าไหลผ่านจุดสัมผัส โลหะสองชิ้น ถูกกดให้สัมผัสกัน จากนั้นกระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านจุดสัมผัส ● เกิดความร้อนจากความต้านทานไฟฟ้า ความต้านทานของโลหะ ทำให้เกิดความร้อนสูงจนโลหะบริเวณนั้นหลอมละลาย ● การกดอัดเพื่อความแข็งแรง หลังจากหลอมละลายและเย็นตัว โลหะจะเชื่อมติดกันแน่นหนาและทนทาน ประเภทของการเชื่อม ERW welding การเชื่อมด้วยกระแสไฟฟ้าสามารถแบ่งออกตามลักษณะของรอยเชื่อมและวิธีการใช้แรงกดที่จุดเชื่อมได้หลายประเภท เช่น ● Spot Welding (เชื่อมจุด) เป็นการเชื่อมที่นิยมใช้ในการเชื่อมแผ่นโลหะซ้อนกัน โดยใช้ขั้วไฟฟ้าทองแดงสองข้างกดแผ่นโลหะและส่งกระแสไฟฟ้าผ่านจุดสัมผัส
ทำให้เกิดความร้อนหลอมละลายและเชื่อมติดกัน ● Seam Welding (เชื่อมรอยต่อแบบต่อเนื่อง) ใช้สำหรับเชื่อมรอยต่อยาว โดยขั้วไฟฟ้าเป็นลักษณะดิสก์หมุนขณะเคลื่อนที่ผ่านชิ้นงาน ทำให้เกิดรอยเชื่อมที่ต่อเนื่องและแข็งแรง ● ประเภทอื่น ๆ เช่น Flash Welding, Projection Welding เป็นต้น หลักการทำงานของ ERW welding 1. กระแสไฟฟ้าไหลผ่านจุดสัมผัส ลวดเหล็กสองเส้นถูกจัดตำแหน่งและกดให้สัมผัสกัน จากนั้นกระแสไฟฟ้าจะไหลผ่าน ทำให้เกิดความร้อนจากความต้านทานของโลหะ 2. ความร้อนทำให้จุดเชื่อมหลอมละลาย ความร้อนจะเพิ่มขึ้นจนถึงจุดหลอมเหลว ทำให้โลหะบริเวณจุดสัมผัสสามารถรวมตัวกันได้ 3. การกดอัดเพื่อความแน่นหนา เมื่อความร้อนลดลง โลหะจะเย็นตัวและแข็งแรงขึ้น จุดเชื่อมจึงมีความแน่นหนาและทนทาน ข้อดีของเทคโนโลยี ERW welding คุณสมบัติเด่น 1. คุณภาพสม่ำเสมอ ทุกจุดเชื่อมมีความแข็งแรงใกล้เคียงกัน 2. ผลิตได้รวดเร็ว เครื่องจักร ERW สามารถเชื่อมได้หลายจุดพร้อมกัน เหมาะกับงานผลิตจำนวนมาก 3. ประหยัดต้นทุน ไม่ต้องใช้ลวดเชื่อมหรือฟลักซ์ ลดค่าใช้จ่ายและสิ่งปนเปื้อน 4. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กระบวนการใช้พลังงานมีประสิทธิภาพ และไม่เกิดควันหรือสารเคมีตกค้างมาก การประยุกต์ใช้ ERW welding ● อุตสาหกรรมก่อสร้าง → ใช้ผลิต ตะแกรงเหล็กไวร์เมช (Wire Mesh) สำหรับงานคอนกรีต ถนน และอาคาร ● อุตสาหกรรมยานยนต์ → ใช้เชื่อมชิ้นส่วนโครงสร้าง เช่น โครงรถ ประตู และท่อไอเสีย ● การผลิตท่อเหล็กและถัง → Seam Welding ถูกใช้ในการเชื่อมรอยต่อท่อยาว ● โครงสร้างโลหะอุตสาหกรรม → ใช้ในเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ต้องการความแข็งแรง จุดเด่นของการใช้ ERW welding ในการผลิตตะแกรงเหล็กไวร์เมช 1. คุณภาพสม่ำเสมอ ทุกจุดเชื่อมมีความแข็งแรงเท่าๆ กัน ลดปัญหาการหลุดหรือแตกหัก 2. ความรวดเร็วในการผลิต เครื่องจักร ERW สามารถเชื่อมได้หลายจุดพร้อมกันในเวลาอันสั้น เหมาะกับการผลิตปริมาณมาก 3. ประหยัดต้นทุนวัสดุ ไม่ต้องใช้ลวดเชื่อมหรือสารเติมแต่ง ลดต้นทุนและลดสิ่งปนเปื้อนในเนื้อเหล็ก ประโยชน์ของเทคโนโลยี ERW welding ในการผลิตตะแกรงเหล็กไวร์เมช ● ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
● ลดการเสียรูปของชิ้นงาน
● รองรับการผลิตจำนวนมากด้วยระบบอัตโนมัติ
● ไม่ต้องใช้วัสดุเติมเชื่อม
● ให้รอยเชื่อมที่แข็งแรงในตำแหน่งที่ต้องการ
ด้วยเทคโนโลยี ERW welding ทำให้ WMI Group สามารถผลิตตะแกรงเหล็กไวร์เมชที่ได้มาตรฐาน มอก.
พร้อมคุณภาพสูงและความแม่นยำในการเชื่อมทุกจุด ทำไม WMI Group จึงเลือกใช้เทคโนโลยี ERW welding WMI Group ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความแข็งแรง และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
เราจึงเลือกใช้เทคโนโลยี ERW welding
เพื่อให้ลูกค้าได้รับตะแกรงเหล็กไวร์เมชที่ได้มาตรฐาน มอก. 737-2549
และตอบโจทย์การใช้งานด้านโครงสร้างคอนกรีต ถนน และอาคาร สรุป เทคโนโลยี Electrical Resistance Welding (ERW) เป็นหนึ่งในกระบวนการเชื่อมที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมการผลิตโลหะ เนื่องจากช่วยให้ได้รอยเชื่อมที่แข็งแรง รวดเร็ว ประหยัดต้นทุน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
WMI Group นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในการผลิตตะแกรงเหล็กไวร์เมช เพื่อมอบสินค้าที่ได้มาตรฐานสูงสุดแก่ลูกค้า สั่งไวร์เมชกับ WMI Group ง่ายๆ แค่ คลิก ติดต่อเราเพื่อขอใบเสนอราคา, ปรึกษาเรื่องการใช้ไวร์เมช, หรือเช็คราคาใกล้คุณ ได้ทันที


20 สิงหาคม 2025

ลวดเหล็กรีดเย็น (Cold Drawn Steel Wire) คืออะไร? จุดเด่น และการใช้งานในงานก่อสร้าง

ลวดเหล็กรีดเย็น (Cold Drawn Steel Wire) คืออะไร    ลวดเหล็กรีดเย็น (Cold Drawn Steel Wire) คือวัตถุดิบสำคัญที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการผลิต ตะแกรงเหล็กไวร์เมช (Wire Mesh) ซึ่งถือเป็นโครงสร้างเสริมแรงคอนกรีตที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน ลวดเหล็กรีดเย็นคืออะไร? ลวดเหล็กรีดเย็น ผลิตจาก เหล็กลวดคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Wire Rod) ที่ผ่านกระบวนการรีดและดึงที่อุณหภูมิห้อง (Cold Drawing Process) เพื่อลดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางให้ได้ตามมาตรฐานและเพิ่มคุณสมบัติทางกลของเหล็ก เช่น ● ความแข็งแรง (Strength) ● ความยืดหยุ่น (Flexibility) ● ความทนทาน (Durability) เมื่อผ่านการรีดเย็น ลวดเหล็กจะมีผิวที่เรียบ แข็งแรง และมีขนาดที่แม่นยำ ทำให้เหมาะสำหรับงานก่อสร้างที่ต้องการความปลอดภัยและความสม่ำเสมอสูง มาตรฐานของลวดเหล็กรีดเย็น ลวดเหล็กรีดเย็นที่ใช้ในงานก่อสร้างต้องผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรมที่เข้มงวด เช่น ● มอก. 747-2564 (Cold Drawn Steel Wire for Concrete Reinforcement) ● ASTM A82, A496 (มาตรฐานสหรัฐอเมริกา) ● BS 4482 (มาตรฐานอังกฤษ) คุณสมบัติทางกลของลวดเหล็กรีดเย็นสูงกว่าเหล็กกล้าละมุนทั่วไปอย่างชัดเจน เช่น ● กำลังคลากต่ำสุด (Yield Strength) ประมาณ 5,000 KSC ● กำลังประลัย (Ultimate Strength) ประมาณ 6,230 – 6,650 KSC การทำงานของเหล็กลวดรีดเย็น ลวดเหล็กรีดเย็นถูกนำไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม แต่ในภาคการก่อสร้างจะถูกนำมาใช้มากที่สุด โดยเฉพาะการผลิต ตะแกรงเหล็กไวร์เมช (Wire Mesh) ซึ่งนิยมใช้เสริมแรงคอนกรีตในงานต่างๆ เช่น ● พื้นอาคาร ● พื้นถนน ● ผนังและกำแพงกันดิน ● โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วไป ลวดเหล็กรีดเย็นกับตะแกรงเหล็กไวร์เมช WMI Group WMI Group ใช้ ลวดเหล็กรีดเย็นคุณภาพสูง ที่ผ่านมาตรฐาน มอก. และได้รับการรับรอง Made in Thailand (MiT) มาผลิตเป็น ตะแกรงเหล็กไวร์เมช ด้วยเทคโนโลยี Electrical Resistance Welding ที่ทำให้ลวดเหล็กทุกเส้นถูกเชื่อมติดกันอย่างแน่นหนาและสม่ำเสมอ จุดเด่นของไวร์เมชจากลวดเหล็กรีดเย็น WMI Group 1. แข็งแรงและทนทานสูง ช่วยเสริมแรงคอนกรีตได้ดีกว่าเหล็กเส้นผูกแบบเดิม 2. ประหยัดเวลาและแรงงาน ลดขั้นตอนการผูกเหล็ก ทำให้งานก่อสร้างเสร็จเร็วขึ้น 3. คุณภาพมาตรฐานสากล ผ่านการควบคุมด้วยเครื่องจักรอัตโนมัติที่ทันสมัย 4. ลดการแตกร้าวของคอนกรีต โครงสร้างตะแกรงช่วยกระจายแรงได้อย่างสม่ำเสมอ 4. คุ้มค่าในระยะยาว แม้ราคาสูงกว่าเหล็กเส้นทั่วไป แต่ช่วยประหยัดต้นทุนรวมของโครงการ ทำไมต้องเลือก WMI Group ● ประสบการณ์กว่า 31 ปี → ในการผลิตลวดเหล็กและตะแกรงไวร์เมช ● โรงงาน 5 สาขาทั่วประเทศ → รองรับการจัดส่งรวดเร็วและตรงเวลา ● มาตรฐานการผลิตระดับสากล → ที่ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ ดังนั้น หากคุณกำลังมองหา ตะแกรงเหล็กไวร์เมชคุณภาพสูง จากลวดเหล็กรีดเย็น WMI Group คือคำตอบที่มั่นใจได้สำหรับทุกโครงการก่อสร้าง สรุป ลวดเหล็กรีดเย็น (Cold Drawn Steel Wire) ไม่ได้เป็นเพียงแค่วัสดุเสริมแรงคอนกรีต แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ ไวร์เมชของ WMI Group แข็งแรง ทนทาน และตอบโจทย์การก่อสร้างยุคใหม่ ที่ต้องการทั้งความเร็ว ความคุ้มค่า และมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด สั่งไวร์เมชกับ WMI Group ง่ายๆ แค่ คลิก ติดต่อเราเพื่อขอใบเสนอราคา, ปรึกษาเรื่องการใช้ไวร์เมช, หรือเช็คราคาใกล้คุณ ได้ทันที


22 สิงหาคม 2025

เหล็กลวดคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Wire Rod) คืออะไร? จุดเด่นและการใช้งานในงานก่อสร้าง

เหล็กลวดคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Wire Rod) คืออะไร   เหล็กลวดคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Wire Rod) เป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมก่อสร้างและอุตสาหกรรมต่อเนื่องหลายประเภท โดยมีปริมาณคาร์บอนน้อยกว่า 0.25% ทำให้เหล็กชนิดนี้มีความเหนียว สามารถดัดงอได้ง่าย แต่ไม่เปราะแข็งเกินไป จึงถูกนำไปใช้ผลิตวัสดุที่เราพบเจอในชีวิตประจำวันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ลวดผูกเหล็ก ตะปู ลวดหนาม ตะแกรงเหล็ก (Wire Mesh) และผลิตภัณฑ์เหล็กอื่นๆ อีกหลายชนิด คุณสมบัติของเหล็กลวดคาร์บอนต่ำ ● ปริมาณคาร์บอนน้อยกว่า 0.25% ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำเมื่อเทียบกับเหล็กกล้าชนิดอื่นๆ ปริมาณคาร์บอนที่น้อยทำให้เหล็กชนิดนี้มีโครงสร้างที่ ไม่แข็งหรือเปราะเกินไป แต่กลับมีความยืดหยุ่นและเหนียวสูง สามารถนำไปผ่านกระบวนการขึ้นรูปหรือดัดโค้งได้ง่าย โดยไม่แตกหัก ● ความเหนียว (Ductility) หนึ่งในคุณสมบัติเด่นที่สุดของเหล็กลวดคาร์บอนต่ำคือ ความเหนียว (Ductility) สูง เหล็กสามารถรับแรงดึงและการดัดงอได้โดยไม่เสียรูปถาวร ซึ่งทำให้เหมาะอย่างยิ่งต่อการใช้งานที่ต้องการการขึ้นรูป เช่น การมัดโครงสร้างเหล็กเสริม การดัดปลอกเสา และการขึ้นรูปเป็นตะแกรงเหล็กไวร์เมช ความเหนียวนี้ยังช่วยให้การผลิตและการใช้งานในหน้างานก่อสร้างมีความสะดวกมากขึ้น ● ความแข็งแรง แม้ว่าเหล็กลวดคาร์บอนต่ำจะมีความแข็งแรงไม่สูงมากเมื่อเทียบกับเหล็กกล้าคาร์บอนปานกลางหรือสูง แต่ก็มีความแข็งแรงเพียงพอสำหรับงานก่อสร้างทั่วไป เช่น งานมัดโครงสร้าง งานตะแกรง และงานเสริมแรงคอนกรีต ความแข็งแรงในระดับปานกลางนี้ยังมีข้อดีคือทำให้เหล็กมีความ ดัดโค้งง่าย ไม่เปราะแตกง่าย เมื่อถูกใช้งานจริง ● การแปรรูป เหล็กลวดคาร์บอนต่ำสามารถนำไป แปรรูปได้ง่าย ทั้งในงานรีด ดัด กลึง เจาะ หรือตัด ทำให้สามารถผลิตเป็นสินค้าหลากหลายชนิดได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ลวดผูกเหล็ก ตะปู ลวดหนาม ลวดเชื่อม และตะแกรงเหล็กไวร์เมช ความสามารถในการแปรรูปที่ง่ายนี้ทำให้เหล็กลวดคาร์บอนต่ำเป็นวัตถุดิบที่อุตสาหกรรมต่างๆ เลือกใช้มากที่สุด การใช้งานของเหล็กลวดคาร์บอนต่ำ ในงานก่อสร้าง ● ลวดผูกเหล็ก
ใช้สำหรับมัดโครงสร้างเหล็กเสริมคอนกรีตให้แข็งแรงและคงรูปได้ตามแบบก่อสร้าง ● ปลอกเสาและปลอกคาน
ใช้ดัดขึ้นรูปเป็นวงแหวนหรือสี่เหลี่ยม เพื่อเสริมแรงและประคองเหล็กเส้นหลักในโครงสร้างคอนกรีต ● ตะแกรงเหล็กไวร์เมช (Wire Mesh)
เป็นการนำเหล็กลวดคาร์บอนต่ำผ่านกระบวนการรีดเย็นและเชื่อมด้วยเครื่องจักรอัตโนมัติ ทำให้ได้ตะแกรงที่แข็งแรงและสม่ำเสมอ เหมาะสำหรับงานพื้นถนน พื้นอาคาร และงานโครงสร้างคอนกรีตทั่วไป งานอุตสาหกรรม ● ใช้ทำ ตะปู ซึ่งต้องการความเหนียวและดัดโค้งได้ง่าย
● ผลิตเป็น ลวดเชื่อม สำหรับงานเชื่อมโครงสร้างโลหะ
● ใช้ทำ ลวดชุบสังกะสี ลวดสลิง และลวดหนาม สำหรับงานเกษตรกรรมและงานโครงสร้างเบา
● เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต ชิ้นส่วนและอุปกรณ์โลหะต่างๆ ที่ต้องการการขึ้นรูปง่ายและความเหนียวสูง ในชีวิตประจำวัน ● หน้ากากพัดลม ซึ่งต้องการโครงสร้างที่บาง เบา แต่แข็งแรงพอ
● รถเข็น ที่ใช้เหล็กขึ้นรูปเป็นตะแกรงหรือโครงสร้างรองรับน้ำหนัก
● อุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน ที่ต้องการวัสดุที่ทนทานและแปรรูปได้ง่าย
● รวมไปถึง ผลิตภัณฑ์เหล็กแปรรูปอื่นๆ ที่พบเห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน จะเห็นได้ว่า เหล็กลวดคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Wire Rod) เป็นวัสดุพื้นฐานที่มีบทบาทสำคัญทั้งในงานก่อสร้าง อุตสาหกรรม และชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเมื่อนำมาใช้ผลิต ตะแกรงเหล็กไวร์เมชของ WMI Group ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เสริมแรงคอนกรีตที่มีความแข็งแรง ทนทาน และช่วยให้การก่อสร้างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เหล็กลวดคาร์บอนต่ำ กับตะแกรงเหล็กไวร์เมช WMI Group    หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สำคัญซึ่งใช้ เหล็กลวดคาร์บอนต่ำ เป็นวัตถุดิบหลัก คือ ตะแกรงเหล็กไวร์เมช (Wire Mesh) ของ WMI Group โดยเหล็กจะถูกนำมาเข้าสู่กระบวนการ ดึงเย็น (Cold Drawing) เพื่อลดขนาดและเพิ่มความแข็งแรง ก่อนนำไปเชื่อมด้วยระบบ Electrical Resistance Welding ที่ทันสมัย ทำให้ได้ตะแกรงเหล็กที่แข็งแรง สม่ำเสมอ และได้มาตรฐาน มอก. จุดเด่นของไวร์เมชจาก WMI Group 1. แข็งแรง ทนทาน ได้มาตรฐานสากล 2. ช่วยประหยัดเวลาและแรงงาน เมื่อเทียบกับการผูกเหล็กเส้นแบบดั้งเดิม 3. ลดการแตกร้าวของคอนกรีต ด้วยการกระจายแรงที่สม่ำเสมอ 4. คุ้มค่าในระยะยาว ทั้งด้านคุณภาพและค่าใช้จ่ายรวมของโครงการ ทำไมต้องเลือก WMI Group ● ประสบการณ์กว่า 31 ปี เราสั่งสมประสบการณ์กว่า 31 ปีในวงการผลิตตะแกรงเหล็กไวร์เมช ทำให้เราเข้าใจทั้งมาตรฐานการผลิต ความต้องการของลูกค้า และความท้าทายของงานก่อสร้างทุกประเภท ประสบการณ์ที่ยาวนานนี้จึงเป็นหลักประกันว่า ลูกค้าจะได้รับ ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เสถียรภาพ และเชื่อถือได้จริง ● โรงงาน 5 สาขาทั่วประเทศ หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของ WMI Group คือการมี โรงงานกระจายตัวอยู่ 5 สาขาทั่วประเทศ ทำให้เราสามารถผลิตและจัดส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว เข้าถึงหน้างานก่อสร้างในทุกภูมิภาค ลดต้นทุนด้านเวลาและโลจิสติกส์ให้ลูกค้า คุณจึงมั่นใจได้ว่า โครงการจะดำเนินต่อเนื่อง ไม่สะดุด และตรงตามกำหนดเวลา ● ผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองมาตรฐาน ไวร์เมชจาก WMI Group ผลิตด้วยเครื่องจักรอัตโนมัติทันสมัยตามกระบวนการ Electrical Resistance Welding (ERW) ที่ได้มาตรฐานและแม่นยำ ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นได้รับการรับรอง มาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก. 737-2549) และ MiT (Made in Thailand) ซึ่งเป็นการยืนยันว่าไวร์เมชของเราเป็นสินค้าคุณภาพสูงที่ผลิตในประเทศไทยและเชื่อถือได้ในระดับสากล ● พร้อม ให้คำปรึกษาและบริการหลังการขาย อย่างมืออาชีพ นอกจากการผลิตและจัดจำหน่ายตะแกรงเหล็กไวร์เมชแล้ว WMI Groupยังมุ่งเน้นการบริการที่ครบวงจร เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาใน การเลือกใช้ไวร์เมชที่เหมาะสมกับงานแต่ละประเภท รวมถึงบริการจัดส่งที่ตรงเวลา และการดูแลหลังการขายอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่า ลูกค้าทุกท่านจะได้รับทั้งผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุดในทุกขั้นตอน ดังนั้น หากคุณกำลังมองหา ตะแกรงเหล็กไวร์เมชคุณภาพสูง จากลวดเหล็กรีดเย็น WMI Group คือคำตอบที่มั่นใจได้สำหรับทุกโครงการก่อสร้าง สรุป เหล็กลวดคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Wire Rod) เป็นวัตถุดิบที่มีความยืดหยุ่นสูง ใช้งานได้หลากหลาย โดยเฉพาะในการผลิต ตะแกรงเหล็กไวร์เมชของ WMI Group ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความแข็งแรง ประสิทธิภาพ และความคุ้มค่า เหมาะสำหรับทุกโครงการก่อสร้างที่ต้องการคุณภาพระดับสากล สั่งไวร์เมชกับ WMI Group ง่ายๆ แค่ คลิก ติดต่อเราเพื่อขอใบเสนอราคา และ ปรึกษาเรื่องการใช้ไวร์เมช


-----