พฤศจิกายน 5, 2020
พฤศจิกายน 19, 2020

“ทรัมป์”ใช้ม.232หวดส่งออกเหล็กไทย

Update : 08 พฤศจิกายน 2563

 

 

มาตรการ 232 ทรัมป์ขึ้นภาษีเหล็ก 25% ฟาดส่งออกเหล็กไปตลาดสหรัฐวูบ 200,000 ตัน ล่าสุดถูกตัด GSP อีกรอบ กลุ่มเหล็ก ส.อ.ท.แนะปรับตัวควานหาตลาดใหม่
“แคนาดา” แทน ยอมรับต้องจับตา สเตนเลส นิกเกิลอัลลอย คาดโดนหางเลข ด้าน “ทาทาสตีล” หวังผลเลือกตั้งสหรัฐดันยอดการค้าโลก ตลาดเหล็กโลกจะฟื้นอีก
2 ปีข้างหน้า

นายนาวา จันทนสุรคน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สหรัฐได้ประกาศตัดสิทธิพิเศษ
ทางภาษีศุลกากร (GSP) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นับเป็นครั้งที่ 2 ที่อุตสาหกรรมเหล็กได้รับผลกระทบจากการตอบโต้ทางการค้าของสหรัฐ

หลังจากที่สหรัฐเคยประกาศใช้มาตรการ section 232 (safeguard) ขึ้นภาษีนำเข้าเหล็ก 25% ของราคานำเข้าเมื่อ 2 ปีก่อน (เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2561) ส่งผลให้เหล็กไทย
มีราคาสูงกว่าเหล็กที่ผลิตในอเมริกา 25% ไทยจึงส่งออกเหล็กไปอเมริกาลดลงอย่างต่อเนื่องนับจากปี 2560 จนถึงปัจจุบันหายไปประมาณ 50% เหลือเพียง 200,000 ตัน

“แม้จะประเมินว่าจีเอสพีจะไม่กระทบต่อการส่งออกเหล็กไปยังสหรัฐมากนัก เพราะตลาดลดลงไปมากแล้วจากที่เคยส่งไปปีละกว่า 400,000 ตัน/ปี พอได้รับผลกระทบ
จากมาตรการ section 232 (safeguard) ก็ลดเหลือไม่ถึง 200,000 ตัน/ปี จนถึงปัจจุบันก็มีแค่เหล็กบางประเภท เช่น เหล็กสเตนเลส นิกเกิลอัลลอย เป็นต้น ซึ่งอยู่ในข่าย
จะโดนผลกระทบเด้งที่ 2 จากถูกตัด GSP”

อย่างไรก็ตาม จากบทเรียนครั้งแรกที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2561 ผู้ส่งออกไทยคาดการณ์มาก่อน และรู้ว่าจะเกิดสถานการณ์ต่าง ๆ ขึ้น จึงปรับตัวรับมือด้วยการหาตลาดส่งออกใหม่
โดยมุ่งไปยังประเทศข้างเคียงอย่างแคนาดาแทน รวมถึงใช้การเจรจาต่อสู้ทางกฎหมายเพื่อขอยกเว้น การนำเข้าเป็นกรณีเฉพาะรายสินค้าเหล็กทางไทย นอกจากนี้
กระทรวงพาณิชย์จะต้องปกป้องตลาดในประเทศเอง ด้วยการแก้ไขกฎหมาย เพื่อป้องกันการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (anti-circumvention : AC) ที่คาดว่า
ในอีก 1-2 เดือน จะประกาศออกมา

ด้านนายราจีฟ มังกัล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทาสตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สถานการณ์เหล็กทั่วโลกในขณะนี้ถือว่าค่อนข้างผันผวน โดยพบว่า
การผลิตเหล็กทั่วโลกลดลง 3.2% แต่จีนกลับผลิตเพิ่มขึ้น 4.5% ด้วยเศรษฐกิจจีนกลับฟื้นตัวทำให้มีการเร่งการผลิตเพื่อใช้ในประเทศมากขึ้น

ซึ่งคาดการณ์ว่าทั้งปี 2563 การผลิตทั่วโลกจะยังลดลง 2.4% เหลือ 1,725 ล้านตัน เอเชียลดลง 6% ส่วนปี 2564 ตลาดโลกจะกลับมาขยายตัว 4.1% หรือ 1,795 ล้านตัน
โดยเฉพาะเอเชียจะเพิ่มขึ้น 5.8%

นายวันเลิศ การวิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่-การผลิต บริษัท ทาทาสตีล กล่าวเสริมว่า การตัด GSP ไม่กระทบทาทาสตีลเลยเพราะตลาดหลักส่งออกของบริษัท
คืออาเซียน อย่างไรก็ตาม หวังว่าการเลือกตั้งสหรัฐจะทำให้บทบาทผู้นำนิ่งขึ้น มีผลต่อการค้าเช่นกัน นั่นอาจส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมเหล็กโดยรวมของไทยที่ส่งออกไปเช่นกัน

ทั้งนี้ ผู้ส่งออกต้องป้องกันความเสี่ยงโดยการหาตลาดใหม่ อย่างทาทาสตีลมุ่งไปอินเดียเพราะเป็นตลาดที่ต้องการสินค้าคุณภาพดีจากไทยจำนวนมาก เป็นตลาดที่เติบโตสูง

โดยเฉพาะหลังจากที่ประเทศอินเดียประกาศคลายล็อกดาวน์ จากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้ปริมาณการส่งออกไปยังอินเดียเพิ่มมากขึ้น เราจะเริ่มส่งออก
จากออร์เดอร์ที่จะเข้ามาในเดือนนี้ถึง 50,000 ตัน ซึ่งจะทำให้สัดส่วนการส่งออกไปต่างประเทศปีนี้ 79,000 ตัน

แหล่งที่มา : ประชาชาติธุรกิจ